สะพานมอญ สังขละบุรี

สะพานมอญ สังขละบุรี

จ.กาญจนบุรี

หากได้เดินทอดน่อง เฝ้ามองทะเลหมอกไหลเป็นสายยาวขนานกับผืนน้ำและขุนเขา บนสะพานมอญ สังขละบุรี ซึ่งล้อมรอบด้วยขุนเขาและแม่น้ำซองกาเลีย คงสุขใจไปกับการใช้ชีวิตเนิบช้าในเดสทิเนชันที่พาย้อนเวลากลับไปสู่วิถีริมน้ำ เสน่ห์แห่งธรรมชาติของผู้คน วัฒนธรรม และความหลากหลายทางเชื้อชาติ ไทย เมียนมา และชาวมอญ

@สะพานมอญ สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี

2 วัน 1 คืน

วันที่หนึ่ง
เช้าพร้อมกันแต่เช้ามืด ที่ท่ารถตู้หมอชิต นั่งรถตู้ไปจังหวัดกาญจนบุรี ลงสถานีขนส่งกาญจนบุรี ต่อรถไปลงสังขละบุรี
กลางวันเช็กอินเข้าที่พัก พร้อมรับประทานอาหารกลางวันแถวสะพานมอญ
เที่ยวชมสะพานอุตตมานุสรณ์ หรือที่เรียกกันว่า สะพานมอญ เป็นสะพานไม้ยาวที่สุดในประเทศไทยที่มีความยาว 850 เมตร สะพานมอญถือเป็นไฮไลต์และมนตร์เสน่ห์ของอำเภอสังขละบุรี เป็นสะพานที่ใช้ข้ามแม่น้ำซองกาเลีย
กราบนมัสการหลวงพ่ออุตตมะ ที่ “วัดวังก์วิเวการาม” วัดเก่าที่สร้างขึ้นใหม่ เนื่องจากผลกระทบการสร้างเขื่อน สักการะพระบรมสารีริกธาตุที่พุทธคยาจำลองภายในบริเวณวัด
ล่องเรือชม วัดวังก์วิเวการาม, วัดสมเด็จ และวัดศรีสุวรรณ 3 วัดโบราณที่จมอยู่ใต้น้ำ หากช่วงน้ำลด เราจะสามารถเดินเข้าไปไหว้พระภายในพระอุโบสถได้
เย็นเดินเล่นถนนคนเดิน รับประทานอาหารเย็น พร้อมพักผ่อนตามอัธยาศัย
วันที่สอง
เช้าตื่นแต่เช้า ใส่ชุดชาวมอญเดินข้ามสะพานไม้ไปฝั่งมอญเพื่อไปตักบาตร พระจะเดินรับบิณฑบาต 06.30 น.
รับประทานอาหารเช้าบริเวณสะพานมอญ พร้อมถ่ายรูปความประทับใจในวัฒนธรรมท้องถิ่นไว้เป็นที่ระลึก
กลางวันซื้อทัวร์ท้องถิ่นไปเที่ยวชมประเทศเพื่อนบ้าน ที่ด่านพระเจดีย์สามองค์, ตลาดพม่า, วัดเสาร้อยต้น, รูปปั้นพระบิณฑบาต, วัดเจดีย์ทอง, วัดพระนอน, วัดดองไว (พระพุทธรูปหินอ่อน/เทพทันใจจำลอง/พระธาตุอินแขวนจำลอง), Duty Free ถ้าช่วงหน้าน้ำจะได้แวะน้ำตกนพพิบูลย์และห้วยซองกาเลียด้วย
เย็นเดินทางกลับกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ

เส้นทางใกล้เคียง (พระนครศรีอยุธยา-อ่างทอง-สุพรรณบุรี-กาญจนบุรี)

3 วัน 2 คืน

วันที่หนึ่ง
เช้าย้อนรำลึกถึงความทรงจำวัยเด็ก ที่ “พิพิธภัณฑ์ล้านของเล่นเกริกยุ้นพันธ์” จ.พระนครศรีอยุธยา ภายในเป็นของเล่นน้อยใหญ่ ของสะสมของเจ้าของ จัดแสดงในตู้กระจก แบ่งออกเป็นหมวดหมู่ตั้งแต่ของเล่นสังกะสียอดมนุษย์ ไล่ตั้งแต่ยุคเก่า ถึงปัจจุบัน
ศึกษาเรื่องราวประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่ของกรุงศรีอยุธยา เมื่อครั้งเจริญรุ่งเรือง อดีตราชธานีเก่าของไทย ที่ “หอนิทรรศการประวัติศาสตร์อยุธยา”
กลางวันออกตามรอยพี่หมื่นและแม่หญิงการะเกด ตามแหล่งโบราณสถานต่าง ๆ ในอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา เช่น วัดพระศรีสรรเพชญ์, วัดมหาธาตุ, วัดพุทไธสวรรค์ และวัดไชยวัฒนาราม
เย็นตื่นตาไปกับวัดไทยภายใต้สถาปัตยกรรมแบบโบสถ์ฝรั่งหนึ่งเดียวในประเทศที่ “วัดนิเวศธรรมประวัติ” ก่อนข้ามกระเช้ากลับมาเที่ยวพระราชวังบางปะอิน
เข้าสู่ที่พัก พักผ่อนตามอัธยาศัย
วันที่สอง
เช้าชมความงดงามของซุ้มประตูวัดที่ถูกรากต้นโพธิ์ปกคลุมมานานนับร้อยปี ที่ใครต่อใครเรียกขานว่า ประตูแห่งกาลเวลา ที่ “วัดพระงาม”
กลางวันสักการะหลวงพ่อใหญ่ หรือพระพุทธมหานวมินทร์ศากยมุนีศรีวิเศษชัยชาญ พระพุทธรูปองค์ใหญ่ที่สุดในโลก ประดิษฐานอยู่ที่วัดม่วง อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง
อีกหนึ่งอันซีนเมืองไทย “พระพุทธปุษยคีรีศรีสุวรรณภูมิ” หรือหลวงพ่ออู่ทอง พระพุทธรูปขนาดใหญ่สลักจากภูเขาหิน แลนด์มาร์กแห่งใหม่เมืองอู่ทอง
เย็นแวะขอพร “พระพุทธเมตตาประชาไทยไตรโลกนาถ คันธารราฐอนุสรณ์” พระพุทธรูปปางขอฝนที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย  ที่ “วัดทิพย์สุคนธาราม” มีความเชื่อว่าหากใครได้มาขอพรที่นี่ จะประสบความสำเร็จทุกรายไป
ออกเดินทางสู่สังขละบุรี เช็กอินที่พัก พักผ่อนตามอัธยาศัย
วันที่สาม
เช้าตื่นแต่เช้า ใส่ชุดชาวมอญ เดินข้ามสะพานไม้ไปฝั่งมอญเพื่อไปตักบาตร พระจะเดินรับบิณฑบาต 06.30 น.
รับประทานอาหารเช้าบริเวณสะพานมอญ พร้อมถ่ายรูปความประทับใจในวัฒนธรรมท้องถิ่นไว้เป็นที่ระลึก
กลางวันเที่ยวชมสะพานอุตตมานุสรณ์ หรือที่เรียกกันว่า สะพานมอญ เป็นสะพานไม้ยาวที่สุดในประเทศไทยที่มีความยาว 850 เมตร สะพานมอญถือเป็นไฮไลต์และมนตร์เสน่ห์ของ อ.สังขละบุรี เป็นสะพานที่ใช้ข้ามแม่น้ำซองกาเลีย
กราบนมัสการหลวงพ่ออุตตมะ ที่ “วัดวังก์วิเวการาม” วัดเก่าที่สร้างขึ้นใหม่ เนื่องจากผลกระทบการสร้างเขื่อน สักการะพระบรมสารีริกธาตุที่พุทธคยาจำลองภายในบริเวณวัด
ล่องเรือชม วัดวังก์วิเวการาม, วัดสมเด็จ และวัดศรีสุวรรณ 3 วัดโบราณที่จมอยู่ใต้น้ำ หากช่วงน้ำลด เราจะสามารถเดินเข้าไปไหว้พระภายในพระอุโบสถได้
เดินทางกลับกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ