เขาช้างเผือก

เขาช้างเผือก

จ.กาญจนบุรี

โต้ลมหนาว ท้าทายความสูงชันในเส้นทางสายแอดเวนเจอร์ กับสุดยอดทริปเดินป่า ปักหลักกางเต็นท์ พิชิตยอดเขาช้างเผือกบนจุดสูงสุดที่ได้สมญานามว่า สันคมมีด ของอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ ที่เปิดให้เที่ยวแค่ 2 เดือนต่อปี (ธันวาคม-มกราคม) แม้ต้องเดินไต่ไปตามแนวสันเขาแคบ ๆ เพียงไม่กี่ฟุต แต่ก็เป็นประสบการณ์เสียวสุดใจสำหรับนักท่องเที่ยวสายผจญภัยโดยแท้

@เขาช้างเผือก จ.กาญจนบุรี

2 วัน 1 คืน

วันที่หนึ่ง
เช้า ลงทะเบียนที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ จัดเตรียมอุปกรณ์ และจ้างลูกหาบสำหรับช่วยขนสัมภาระ
ฟังเจ้าหน้าที่เช็กชื่อ และรับฟังข้อกำหนดในการเข้าเยี่ยมชมเขาช้างเผือก ก่อนออกเดินทางขึ้นเขาช้างเผือกจากหมู่บ้านอีต่อง
เดินเท้าขึ้นภูเขา โดยมีจุดพักระหว่างทาง ระยะทาง 8 กิโลมตร ใช้เวลา 3-5 ชั่วโมงในการพิชิตเขา
กลางวัน หลังจากขึ้นลงปีนป่ายเขามาระยะใหญ่ผ่านป่าโปร่ง สลับทุ่งหญ้า ในที่สุดก็ถึงจุดกางเต็นท์ที่พัก วางสัมภาระ ให้หายเหนื่อยสักชั่วครู่ ก่อนออกเดินทางต่อ
ไต่เข้าอีก 1.5 กิโลเมตร ผ่าน “สันคมมีด” สันเขาสูงชัน หินขรุขระ เส้นทางคับแคบที่สวยงามปนความหวาดเสียว เป็นอีกหนึ่งจุดท้าทายความกล้า ก่อนที่จะพิชิตยอดเขาช้างเผือกแห่งนี้
สูดอากาศบริสุทธิ์ให้ชุ่มปอด ท่ามกลางความสวยงามของเทือกเขาที่สลับซับซ้อนยาวสุดสายตา ความงามรอบทิศทาง 360 องศานี้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยได้จัดเป็น 1 ใน 10 สถานที่ท่องเที่ยวในฝัน ที่นักท่องเที่ยวควรไปเยือน และความงามแห่งนี้จะเป็นรางวัลสำหรับผู้กล้า ที่พิชิตเขาช้างเผือกแห่งนี้
กลับสู่ลานกางเต็นท์ ก่อกองไฟ ประกอบอาหาร นอนดูดาวที่ส่องสว่างยามค่ำคืน
วันที่สอง
เช้า ตื่นขึ้นมาชมความสวยงามของแสงอาทิตย์ยามรุ่งอรุณ ที่ส่องแสงกระทบทุ่งหญ้า สีเหลืองทอง ท่ามกลางไอหมอกจาง ๆ
เก็บสัมภาระ ก่อนเดินเท้ากลับลงยังพื้นล่าง
กลางวัน กลับถึงบ้านอีต่อง จุดเริ่มต้นโดยสวัสดิภาพ

เส้นทางใกล้เคียง (ราชบุรี-กาญจนบุรี)

3 วัน 2 คืน

วันที่หนึ่ง
เช้า ราชบุรี จังหวัดนี้มีอะไรดีซ่อนอยู่ เริ่มทริปวันหยุดสุดสัปดาห์ด้วยสถานที่เที่ยว unseen น้องใหม่  ตื่นตาไปกับทุ่งบัวแดงขนาดใหญ่กว่า 300 ไร่ ที่ “สวนน้ำหนองบัวแดง”
ต่อด้วย “ถ้ำเขางู” อดีตเหมืองหินปูนร้าง ที่ปัจจุบันกลายเป็นสวนสาธารณะที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของไทย มีทางเดินเลียบริมสระ พร้อมทั้งสะพานแขวน ถูกใจคนชอบถ่ายรูป ภายในเป็นที่ตั้งของถ้ำโบราณ ยุคทวารวดี มีฝูงลิงรอคอยต้อนรับนักท่องเที่ยวอยู่เป็นจำนวนมาก
ชมความงามของหินงอกหินย้อยที่ “ถ้ำเขาบิน” ภายในถ้ำประดับแสงไฟสีสันต่าง ๆ ติดหนึ่งในสถานที่ที่ต้องมาของราชบุรี
กลางวัน ใครจะเชื่อว่าราชบุรีมีร้านอาหารริมทะเลสาบ ที่ “INLAYA  bar & grill” ร้านอาหารริมทะเลสาบสุดโรแมนติก ที่ขนเอาอาหารพื้นเมืองอย่างเต้าหู้ดำ และอาหารทะเลสดใหม่ เสิร์ฟความอร่อยถึงโต๊ะ
แวะเที่ยวชมความคลาสสิกของ “บ้านโป่ง” เมืองเก่าที่คุ้นตา ปรากฏตามละครย้อนยุคต่าง ๆ ปัจจุบันมีภาพกราฟิตีให้สายอาร์ตได้แวะเข้าไปเช็กอินถ่ายรูป
เย็น ไหว้พระวัดถ้ำเสือ แลนด์มาร์กคุ้นตาของกาญจนบุรี
ถูกใจสายฮิป ที่ “มีนาคาเฟ่” คาเฟ่กลางทุ่งนา ที่เห็นวัดถ้ำเสือเป็นฉากหลังอยู่ไกล ๆ
เช็กอินที่พัก พักผ่อนตามอัธยาศัย
วันที่สอง
เช้า ลงทะเบียนที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ จัดเตรียมอุปกรณ์และจ้างลูกหาบสำหรับช่วยขนสัมภาระ
ฟังเจ้าหน้าที่เช็คชื่อ และรับฟังข้อกำหนดในการเข้าเยี่ยมชมเขาช้างเผือก ก่อนออกเดินทางขึ้นเขาช้างเผือกจากหมู่บ้านอีต่อง
เดินเท้าขึ้นภูเขา โดยมีจุดพักระหว่างทาง ระยะทาง 8 กิโลเมตร ใช้เวลา 3-5 ชั่วโมงในการพิชิตเขา
กลางวัน หลังจากขึ้นลงปีนป่ายเขามาระยะใหญ่ผ่านป่าโปร่งสลับทุ่งหญ้า ในที่สุดก็ถึงจุดกางเต็นท์ที่พัก เก็บสัมภาระ พักให้หายเหนื่อยสักชั่วครู่ ก่อนออกเดินทางต่อ
ไต่เขาอีก 1.5 กิโลเมตร ผ่าน “สันคมมีด” สันเขาสูงชัน หินขรุขระ เส้นทางคับแคบที่สวยงามปนความหวาดเสียว เป็นอีกหนึ่งจุดท้าทายความกล้า ก่อนที่จะพิชิตยอดเขาช้างเผือกแห่งนี้
สูดอากาศบริสุทธิ์ให้ชุ่มปอด ท่ามกลางความสวยงามของเทือกเขาที่สลับซับซ้อนยาวสุดสายตา ความงามรอบทิศทาง 360 องศานี้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยได้จัดเป็น 1 ใน 10 สถานที่ท่องเที่ยวในฝัน ที่นักท่องเที่ยวควรไปเยือน และความงามแห่งนี้จะเป็นรางวัลสำหรับผู้กล้า ที่พิชิตเขาช้างเผือกแห่งนี้
กลับสู่ลานกางเต็นท์ ก่อกองไฟ ประกอบอาหาร นอนดูดาวที่ส่องสว่างยามค่ำคืน
วันที่สาม
เช้า ตื่นขึ้นมาชมความสวยงามของแสงอาทิตย์ยามรุ่งอรุณ ที่ส่องแสงกระทบทุ่งหญ้า สีเหลืองทอง ท่ามกลางไอหมอกจาง ๆ
เก็บสัมภาระ ก่อนเดินเท้ากลับลงมายังพื้นด้านล่าง
กลางวัน กลับถึงบ้านอีต่องด้วยความประทับใจ