ภูป่าเปาะ

ภูป่าเปาะ

จ.เลย

ฟูจิเมืองเลยในฤดูหนาวยามทะเลหมอกปกคลุม จากจุดชมวิวภูป่าเปาะ บ้านผาหวาย ตำบลพวนปุ อำเภอหนองหิน สูงเหนือระดับน้ำทะเลประมาณ 900 เมตร มองออกไปเบื้องหน้าแม้จะแลเห็นแต่เพียงแค่ปลายยอดภูหอ ซึ่งเป็นภูเขาสูงยอดตัดหรือยอดราบก็งดงามราวกับภูเขาไฟฟูจิแห่งประเทศญี่ปุ่นเลยทีเดียว

@ภูป่าเปาะ จ.เลย

2 วัน 1 คืน

วันที่หนึ่ง
เช้าออกเดินทางจากกรุงเทพฯ ไปยังอุทยานแห่งชาติภูเรือ จังหวัดเลย
กลางวันนั่งรถสองแถวที่คอยให้บริการในอุทยานแห่งชาติขึ้นไปยังบนยอดดอยภูเรือ ที่เคยได้รับการบันทึกว่าในฤดูหนาวเป็นจุดที่หนาวสุดในประเทศไทย
เย็นหลังจากชมความสวยงาม พร้อมสูดอากาศบริสุทธิ์จนชุ่มปอดแล้ว ก็เดินทางกลับมาพักผ่อนในตัวเมืองเลย ระหว่างทางแวะถนนคนเดิน รับประทานอาหาร ก่อนเข้าสู่ที่พัก
วันที่สอง
เช้ารับประทานอาหารเช้าที่ตลาดสดเทศบาลเมืองเลย
เดินศึกษาเส้นทางธรรมชาติ และชมทิวทัศน์เมืองเลยที่สวยงาม ที่ภูบ่อบิด
กลางวันเดินทางถึงภูป่าเปาะ เปลี่ยนรถเป็นรถอีแต๊กของชาวบ้าน สำหรับขึ้นไปยังจุดชมวิวจากจุดนี้ เราจะมองเห็นภูเขาที่ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้าม มีรูปพรรณสัณฐานคล้ายภูเขาไฟฟูจิ จึงได้รับฉายาว่า “ฟูจิเมืองเลย”
เย็นเดินทางกลับสู่กรุงเทพฯ พร้อมความประทับใจ

เส้นทางใกล้เคียง (เลย-เพชรบูรณ์)

3 วัน 2 คืน

วันที่หนึ่ง
เช้าพร้อมกันที่ที่ทำการศูนย์ท่องเที่ยวภูป่าเปาะ เพื่อเปลี่ยนรถเป็นรถอีแต๊กของชาวบ้าน สำหรับขึ้นไปยังจุดชมวิวจากจุดนี้ เราจะมองเห็นภูเขาที่ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้าม มีรูปพรรณสัณฐานคล้ายภูเข้าไฟฟูจิ จึงได้รับฉายาว่า “ฟูจิเมืองเลย” ซึ่งความสวยงามนี้จะเปลี่ยนไปตาม 3 ฤดู คือ วิวท้องนาและทุ่งหญ้าในช่วงฤดูร้อน, ความเขียวชุ่มฉ่ำในช่วงฤดูฝน และทะเลหมอกในช่วงฤดูหนาว
แวะเก็บสตรอว์เบอร์รี หน้าศูนย์บริการนักท่องเที่ยวฯ เก็บแค่ไหนจ่ายเงินแค่นั้น
กลางวันรับประทานอาหารบนแพกลางน้ำที่ “อ่างเก็บน้ำห้วยกระทิง”
เดินเล่นที่แก่งคุดคู้ สุดเขตแดนสยามจังหวัดเลย จากตรงนี้เราสามารถมองเห็นฟูจิเมืองเลย ที่ตั้งอยู่ไม่ไกลริมแม่น้ำโขง
เย็นชมพระอาทิตย์ตกดินริมแม่น้ำโขง
เดินเล่นถนนคนเดิน พร้อมอิ่มอร่อยไปกับอาหารพื้นเมืองนานาชนิด เมนูแนะนำ ข้าวเปียกเส้น หรือก๋วยจั๊บญวน อาหารขึ้นชื่อของถิ่นนี้ ช็อปปิ้งสินค้าโอท็อปและงานศิลปะ ก่อนเช็กอินเข้าสู่โรงแรมที่พัก พักผ่อนตามอัธยาศัย
วันที่สอง
เช้าตื่นแต่เช้ามืด ขึ้นไปชมพระอาทิตย์ขึ้นที่แทรกตัวผ่านทะเลหมอกยามเช้าที่ “ภูทอก”
กลับมารับประทานอาหารเช้าในตัวเมืองเชียงคาน พร้อมชมแม่น้ำโขงที่สงบนิ่ง
กลางวันชมความสวยงามอันวิจิตรตระการตา ของเหล่าบรรดางานประติมากรรมต่าง ๆ ทั้งเจ้าแม่กวนอิม พระตรีมูรติ พระอินทร์ เทวดา และเหล่ายักษ์ ที่ “วัดป่าภูห้วยลาด”
สักการะทำบุญไหว้พระ ที่ “วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว” วัดสวยท่ามกลางหุบเขา ตอนเช้าตัววัดถูกคลุมด้วยสายหมอก อากาศเย็นสบาย ภายในมีเจดีย์พระธาตุผาแก้ว ประดับแก้วสีสันต่าง ๆ สวยงาม มีประติมากรรมพระพุทธเจ้าห้าพระองค์สูงลดหลั่นกันไป ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่ตรงหน้า เป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กของเขาค้อที่ทุกคนต้องมาชม
เย็นเข้าสู่ที่พัก พักผ่อนตามอัธยาศัย
วันที่สาม
เช้าเที่ยวชมไร่ดอกไม้ 4 ฤดู ที่ผลิบานส่งสีสันสดใสตลอด 365 วัน ที่ “Bluesky Garden” เก็บภาพความประทับใจให้เต็มอิ่ม ก่อนเดินทางกลับ
แวะถ่ายรูปเช็กอิน ที่ “ร้านกาแฟภูแก้วพีค” หนึ่งในร้านกาแฟที่ชมวิวเขาค้อได้สวยงามที่สุด นอกจากกาแฟของที่นี่จะขึ้นชื่อแล้ว ยังมีมุมถ่ายรูปอีกหลายจุด โดยเฉพาะมุมรังนก อุ้งมือยักษ์ที่เป็นทางเดินลอยฟ้ายื่นออกไป
กลางวันขึ้นไปสูดอากาศบริสุทธิ์ที่หมู่บ้านเพชรดำ บนพื้นที่สูงกว่า 1,000 เมตร จากระดับน้ำทะเล เป็นที่ตั้งของกังหันลม แหล่งผลิตพลังงานสะอาดของประเทศไทย จากมุมนี้เราสามารถชมวิวความงามของธรรมชาติได้ถึง 360 องศาเลยทีเดียว
หวานแหววไปกับทุ่งดอกเวอร์บีนาสีม่วง และทุ่งดอกเสี้ยนฝรั่งสีชมพู ที่กำลังบานสะพรั่งอยู่ในไร่ GB ติดกับกังหันลม
ติดกันมีหุ่นคิงคอง ยอดมนุษย์ ที่ทำจากฟางไม้ รวมถึงชิงช้าที่มีฉากหลังเป็นวิวเขาค้อสวย ๆ ให้เหล่าช่างภาพได้สนุกสนานไปกับการรัว ๆ ชัตเตอร์
ดื่มด่ำไปกับอาหารจีนยูนนานที่ตั๊กม้อ คอฟฟี่ และโรงเตี๊ยมสุดขอบฟ้า อาหารแสนอร่อย และสถาปัตยกรรมโดดเด่น ใครเห็นเป็นต้องแวะมา