ไร่องุ่น Silver lake

ไร่องุ่น Silver lake

จ.ชลบุรี

เที่ยวใกล้กรุงโดนใจครอบครัวสายชิลให้ฟูลฟิลรับไอเย็นโต้ลมหนาว ที่ไร่องุ่นซิลเวอร์เลค ท่ามกลางขุนเขา ทุ่งดอกไม้ บนเนื้อที่กว่า 1,200 ไร่ใกล้เมืองพัทยา จะนั่งเทควิว อิ่มอร่อยกับผลิตภัณฑ์แปรรูปจากองุ่น หรือสนุกกับกิจกรรมขับ ATV นั่งรถม้า หรือปั่นจักรยาน ใช้เวลาเติมเต็มความสุข สนุกเพลิดเพลินกันได้ตลอดทั้งวัน

@ไร่องุ่น Silver lake จ.ชลบุรี

2 วัน 1 คืน

วันที่หนึ่ง
เช้าเริ่มทริปสายบุญ ทัวร์ไหว้พระกันแต่เช้าเพื่อความเป็นสิริมงคล วัดแรก “วัดญาณสังวราราม วรมหาวิหาร” วัดประจำรัชกาลพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช และอยู่ในพระอุปถัมภ์ของสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปริณายก นมัสการพระบรมสารีริกธาตุที่พระบรมธาตุเจดีย์มหาจักรีพิพัฒน์ และสักการะพุทธคยาจำลอง
ต่อด้วยขอพร เจ้าแม่กวนอิม เทพเจ้าไซอิ๋ว ที่ “วิหารเซียน” ชมหุ่นทหารดินเผาจิ๋นซีห้องเต้ของจริง ที่ทางการจีนได้มอบให้ทางวิหารจัดแสดงเป็นการถาวร
ชมภาพพระพุทธรูปแกะสลักบนหน้าผาหิน ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ที่ “เขาชีจรรย์”
กลางวันเที่ยวชมไร่องุ่น “Silver Lake” อีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวสุดฮิตของชลบุรี ที่ที่เราจะได้สัมผัสการปลูกองุ่น ไปจนถึงกรรมวิธีการแปรรูปเป็นไวน์ แยม ได้อย่างใกล้ชิด เลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่สดใหม่จากทางไร่ พร้อมรับประทานอาหารนานาชาติ สเต๊กที่แสนอร่อย ที่ทางไร่จัดจำหน่าย
ถูกใจคนรักสัตว์ ด้วยการแวะไปเล่น ป้อนอาหารกับแพะ แกะ ม้าแคระ กระต่าย สวนสัตว์ขนาดย่อม ๆ ที่ “Wonder Farm”
ไหว้หลวงพ่อดำ “วัดช่องแสมสาร” สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้านให้ความเคารพนับถือศรัทธา
เย็นนั่งรับลมเย็น ๆ ฟังเสียงคลื่นทะเล เล่นน้ำ ชมพระอาทิตย์ตกดินที่ “หาดนางรอง”
วันที่สอง
เช้าสนุกสนานไปกับเครื่องเล่นนานาชนิดที่สวนน้ำรามายณะ
เย็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่ของพัทยา สัมผัสความหนาวเย็นยะเยือก อุณหภูมิติดลบ 10 องศา “FROST Magical Ice Of Siam” ภายในมีงานประติมากรรมสลักน้ำแข็งเป็นรูปสัตว์หิมพาน รถตุ๊กตุ๊ก และสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังในประเทศไทย
หอบความสุข ความอิ่มเอมประทับใจกลับบ้าน

เส้นทางใกล้เคียง (ชลบุรี-ระยอง)

3 วัน 2 คืน

วันที่หนึ่ง
เช้าออกเดินทางจากกรุงเทพฯ จุดเช็กอินแรก เที่ยวชมไร่องุ่น “Silver Lake” อีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวสุดฮิตของชลบุรี ที่ที่เราจะได้สัมผัสการปลูกองุ่น ไปจนถึงกรรมวิธีการแปรรูปเป็นไวน์ แยม ได้อย่างใกล้ชิด เลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่สดใหม่จากทางไร่ พร้อมรับประทานอาหารนานาชาติ สเต๊กที่แสนอร่อย ที่ทางไร่จัดจำหน่าย
จากไร่องุ่น Silver Lake หนีมาเดินเล่นหลบร้อน หาของอร่อยทานกันต่อ ณ ถนนยมจินดา ย่านเก่าแก่ของเมืองระยอง ที่ยังคงความคลาสสิกด้วยสถาปัตยกรรมแบบบ้านไม้ อบอวลไปด้วยเสน่ห์จากวิถีชีวิตของผู้คนในชุมชนจนเหมือนเราได้ย้อนกลับไปยัง จ.ระยองในวันวาน
กลางวันแวะสักการะศาลเจ้าแม่ทับทิม เสร็จแล้วเช็กอินร้านกาแฟเก๋ ๆ ไปจนถึงร้านอาหารเก่าแก่แต่เก๋าระดับตำนานของย่านนี้ แถมรสชาติยังอร่อยถูกปากสุด ๆ อย่างร้าน “สะพานไม้” ที่คนขายเป็นบรรดาคุณป้าแสนใจดี คอยยิ้มแย้มต้อนรับเราด้วยความเป็นมิตร ซึ่งมีเมนูที่ขายก็มีให้เราได้เลือกอร่อยได้อย่างหลากหลาย สนนราคาเริ่มต้นแค่ 10-30 บาทเท่านั้น เรียกว่ากำแบงค์ร้อยมาจ่ายได้ทั้งท้องอิ่ม พร้อมเงินทอนกลับไปแน่นอน
อิ่มท้องแล้วก็ออกไปตะลุยถ่ายรูปกับมุมสตรีทอาร์ตตามมุมนั้นมุมนี้เป็นที่ระลึกกันต่ออีกสักนิด
แวะไปที่ “จุดชมวิวเขาโบสถ์” สะพานแขวนสีเขียวสดใส ดูกลมกลืนกับธรรมชาติโดยรอบ ตัวสะพานขึงด้วยลวดสลิงดูแข็งแรง ตั้งอยู่บนความสูงเหนือพื้นดินระดับ 10 เมตร ยาว 75 เมตร ชมวิวภูเขาตัดกับเส้นขอบฟ้า จะเห็นทะเล ท้องฟ้า วัดเขาโบสถ์ และสถานที่สำคัญของ จ.ระยองอีกหลายแห่งได้ด้วยตาเปล่า เหมาะแก่การไปพักผ่อนสูดอากาศเติมความสดชื่น ชมวิวมุมสูงสวย ๆ
เย็นขึ้นรถมุ่งหน้าสู่ “สวนละไม” อาณาจักรของคนรักผลไม้ ที่ตั้งอยู่บนพื้นที่กว้างขวางมากถึง 500 ไร่ ในบรรยากาศโดยรอบโอบล้อมไปด้วยภูเขาและธรรมชาติ แบบบ้านสวนแท้ ๆ พร้อมให้เราได้อิ่มอร่อยเพลิดเพลินไปกับบุฟเฟ่ต์ผลไม้สด ๆ จากสวน อาทิ ทุเรียน เงาะ มังคุด และอาหารว่างนานาชนิดแบบจัดเต็ม
พักกันที่รถบ้านดีไซน์สุดเก๋ ท่ามกลางโลเคชั่นที่โอบล้อมไปด้วยวิวเขา ริมทะเลสาบ และวิวพระอาทิตย์ตกที่ต้องบอกเลยว่าบรรยากาศดีสุด ๆ
วันที่สอง
เช้าตื่นเช้ารับประทานทานอาหาร เตรียมเช็กเอาต์มุ่งหน้าสู่ท่าเรือบ้านเพ เพื่อขึ้นเรือข้ามไปเกาะเสม็ด
เช็กอิน ทรายแก้วบีช รีสอร์ท ที่พักดีไซน์น่ารักบนหาดทรายแก้ว หาดยอดฮิตของเกาะเสม็ด
กลางวันเปลี่ยนชุด ขึ้นเรือไปดำน้ำตื้นรอบเกาะทะลุ อีกหนึ่งเกาะอันซีนในอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้าและหมู่เกาะเสม็ด ที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ทั้งบนบกและโลกใต้น้ำ เรียกว่าเป็นสวรรค์ของคนรักการดำน้ำตื้นที่สวยงามไม่แพ้ทางฝั่งอันดามัน กับภาพช่องหินที่เว้าแหว่งทะลุจนสามารถมองเห็นอีกฝั่งเหมือนช่องประตู จนกลายเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์คที่ต้องมาเช็กอินของนักท่องเที่ยวก็ว่าได้
ทำกิจกรรมเล่นน้ำ ดำน้ำตื้นด้านหน้าหาด หรือถ้าใครอยากได้มุมสุดว้าว แนะนำให้ออกกำลังกายเดินขึ้นไปยังจุดชมวิวด้านบน ระยะทางสั้น ๆ เพียง 300 เมตร ใช้เวลาเดินไม่เกิน 5 นาที ยังไม่ทันเหนื่อยก็ถึงแล้ว ซึ่งจากจุดนี้เราสามารถมองเห็นวิวของหมู่เกาะน้อยใหญ่ใกล้เคียงได้อย่างสวยงามชัดเจน
เดินทางกลับเข้าฝั่ง อาบน้ำ เตรียมตัวไปทานมื้อเย็นริมทะเลที่หาดทรายแก้ว เวิ้งอ่าวติดเขารูปพระจันทร์เสี้ยว ท่ามกลางน้ำทะเลสีฟ้าใสแจ๋ว และเม็ดทรายขาวเนียนละเอียด นุ่มจนเหมือนเดินบนแป้ง เป็นอะไรที่ดีต่อใจมากมาย
เย็นเดินเล่นเลียบชายหาด ไม่นานก็ถึง “พลอยทะเล” ร้านอาหารขึ้นชื่อ ขวัญใจนักท่องเที่ยวที่มีให้เราเลือกนั่งได้ทั้งโซนโต๊ะด้านบน หรือโซนใกล้ชิดติดริมหาดอย่างเบาะนั่งสไตล์ไทย ๆ  ใครเป็นสายซีฟู้ดนี่ถูกใจแน่นอน เพราะกุ้ง หอย ปู ปลาของที่นี่ นอกจากตัวใหญ่แล้วรสชาติยังสดเอามาก ๆ พร้อมตื่นตาไปกับการชมโชว์ควงกระบองไฟ ที่เรียกได้ว่า #จัดจ้านในย่านเกาะเสม็ด เด็ดจนต้องยกนิ้วให้จริง ๆ
กลับเข้าที่พัก พักผ่อนตามอัธยาศัย
วันที่สาม
เช้าข้ามกลับจากเกาะเสม็ดมาทางฝั่งระยองอีกครั้ง แวะเที่ยว “สะพานรักษ์แสม” สะพานแขวนทางเดินไม้แห่งเดียวใน อ.แกลง จ.ระยอง แหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์อันแสนอุดมสมบูรณ์จนขึ้นชื่อว่าเป็นบ้านของปูแสมนับร้อยตัว
กลางวันทำกิจกรรมปล่อยปู ในเรือนหอปูแสม ซึ่งเรือนหอที่ว่าก็คือ คอกที่ทางศูนย์อนุรักษ์ทำไว้สำหรับใช้ปล่อยปูแสมนั่นเอง หน้าตาเป็นรางเหมือนสไลเดอร์ให้เราปล่อยปูลงไป จากนั้นเจ้าปูก็จะไหล ๆ ลงไปสู่ด้านล่างโดยสวัสดิภาพ
แวะเติมพลังที่ “Martique Sky Bar” ร้านrooftop บรรยากาศสุดว้าวภายใน Tique Series Boutique Resort ที่มาพร้อมความอร่อยแบบโฮมเมดสไตล์ไทย-ยุโรปมากถึง 100 เมนู ท่ามกลางวิวภูเขา แม่น้ำ ทะเล และพระอาทิตย์ตกในที่เดียว
เย็นจบทริปแบบฟิน ๆ เดินทางกลับบ้านโดยสวัสดิภาพ