กิ่วแม่ปาน

กิ่วแม่ปาน

จ.เชียงใหม่

หนึ่งในจุดชมวิวสวยของเมืองไทยในอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ต้องยกให้กิ่วแม่ปาน พอยต์วิวห้ามพลาด ที่คุณจะได้สูดอากาศสะอาดบริสุทธิ์ สัมผัสไอเย็นความหนาว ณ จุดชมพระอาทิตย์ขึ้นและทะเลหมอกสวยวิว 360 องศา พร้อมเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติให้ได้ตื่นตะลึงไปกับป่าดิบ พืชพรรณ และไม้ดอกหายาก อาทิ กุหลาบพันปี หรือโชคดีอาจจะเจอกวางผาซึ่งใกล้จะสูญพันธุ์

@กิ่วแม่ปาน จ.เชียงใหม่

2 วัน 1 คืน

วันที่หนึ่ง
เย็นพบกันที่หน้าทางเข้าอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์
เข้าที่พักของอุทยานแห่งชาติ
รับประทานอาหารเย็น พักผ่อนตามอัธยาศัย
วันที่สอง
เช้าออกเดินทางสู่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวกิ่วแม่ปาน ติดต่อเจ้าหน้าที่ จองคิวไกด์ พร้อมรับประทานอาหารรองท้อง
เดินเท้าสู่เส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปาน ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ตลอดระยะทาง 3 กิโลเมตร เราจะพบกับความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ ไม้เมืองหนาวนานาพันธุ์ ต้นไม้น้อยใหญ่ถูกปกคลุมด้วยมอส เฟิร์นจนทั่ว ได้ยินเสียงน้ำตกไหลจากห้วยอยู่ไกล จุดไฮไลต์อยู่ตรงเมื่อเดินผ่านพ้นบริเวณชายป่าจะพบกับทุ่งหญ้าโล่งกว้าง อันเป็นจุดชมวิวสูงสุดบนยอดดอย ณ ที่แห่งนี้เราจะชมวิวทะเลหมอกและแสงอาทิตย์ยามเช้า ที่ว่ากันว่าสวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของไทย
หลังจากอิ่มเอมไปกับทัศนียภาพที่สวยงาม สัมผัสอากาศหนาว และสูดอากาศบริสุทธิ์จนชุ่มปอดแล้ว ก็เดินเท้ากลับสู่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวกิ่วแม่ปาน ระหว่างทางจะพบกับดอกกุหลาบพันปี ที่จะบานสะพรั่งในช่วงฤดูหนาว และถ้าโชคดีจะพบกับสัตว์ป่าหายากอย่างกวางผาอีกด้วย
แวะไหว้พระที่พระมหาธาตุเจดีย์ นภเมทนีดล – นภพลภูมิสิริ และถ่ายรูปกับป้ายสูงสุดแดนสยามเก็บไว้เป็นที่ระลึก
แวะรับประทานอาหารกลางวันที่ทั้งสดและใหม่ ดีต่อสุขภาพ ที่ร้านอาหารโครงการหลวงอินทนนท์ ดื่มด่ำไปกับบรรยากาศที่สวยงามตรงหน้าพร้อมกาแฟถ้วยโปรด
กลางวันเดินทางกลับเชียงใหม่ด้วยความประทับใจ

เส้นทางใกล้เคียง (เชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน)

3 วัน 2 คืน

วันที่หนึ่ง
เช้าออกเดินทางสู่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวกิ่วแม่ปาน ติดต่อเจ้าหน้าที่ จองคิวไกค์ พร้อมรับประทานอาหารรองท้อง
เดินเท้าสู่เส้นทางศึกษาธรรมชาติ กิ่วแม่ปาน ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ตลอดระยะทาง 3 กิโลเมตร เราจะพบกับความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ ไม้เมืองหนาวนานาพันธุ์ ต้นไม้น้อยใหญ่ถูกปกคลุมด้วยมอสและเฟิร์นจนทั่ว ได้ยินเสียงน้ำตกไหลจากห้วยอยู่ไกล ๆ จุดไฮไลต์อยู่ตรงเมื่อเดินผ่านพ้นบริเวณชายป่า จะพบกับทุ่งหญ้าโล่งกว้าง อันเป็นจุดชมวิวสูงสุดบนยอดดอย ณ ที่แห่งนี้เราจะชมวิวทะเลหมอกและแสงอาทิตย์ยามเช้า ที่ว่ากันว่าสวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของไทย
หลังจากอิ่มเอมไปกับทัศนียภาพที่สวยงาม สัมผัสอากาศหนาว และสูดอากาศบริสุทธิ์จนชุ่มปอดแล้ว ก็เดินเท้ากลับสู่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวกิ่วแม่ปาน ระหว่างทางจะพบกับดอกกุหลาบพันปี ที่จะบานสะพรั่งในช่วงฤดูหนาว และถ้าโชคดีจะพบกับสัตว์ป่าหายากอย่างกวางผาอีกด้วย
กลางวันแวะไหว้พระที่พระมหาธาตุเจดีย์ นภเมทนีดล – นภพลภูมิสิริ และถ่ายรูปกับป้ายสูงสุดแดนสยาม เก็บไว้เป็นที่ระลึก
แวะรับประทานอาหารกลางวันที่ทั้งสดและใหม่ ดีต่อสุขภาพ ที่ร้านอาหารโครงการหลวงอินทนนท์ ดื่มด่ำไปกับบรรยากาศที่สวยงามตรงหน้าพร้อมกาแฟถ้วยโปรด
แวะถ่ายรูปแนวฮิปสเตอร์ที่สวนสนบ่อแก้ว บรรยากาศสุดโรแมนติกต้นสนจำนวนมากที่ตั้งเรียงราย จนได้รับฉายาว่าเกาะนามิเมืองไทย
เย็นชมความสวยงามของธรรมชาติที่ถูกแต่งแต้มด้วยสีเหลืองทองของทุ่งบัวตอง บนยอดดอยแม่อูคอ ซึ่งหนึ่งปีจะผลิบานสักครั้งหนึ่ง ช่วงเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม ซึ่งในทุกปี ชาวแม่ฮ่องสอนจะจัดงานทุ่งบัวตองบานเฉลิมฉลองขึ้นอีกด้วย และเมื่อเดินขึ้นไปบนยอดดอย จะมองเห็นทัศนียภาพของทุ่งบัวตองแบบพาโนรามา ท่ามกลางหุบเขาที่สลับซับซ้อนอยู่เบื้องหลัง
ชมความงามของพระธาตุดอยกองมูยามค่ำคืน พร้อมเดินเล่นถนนคนเดินที่อยู่ใกล้ ๆ
วันที่สอง
เช้าทำบุญตักบาตรที่สะพานซูตองเป้ที่ทอดตัวอยู่กลางทุ่งนา คำว่า “ซูตองเป้” เป็นภาษาไทใหญ่ แปลว่า “อธิษฐานสำเร็จ” หากได้อธิษฐานบนกลางสะพานแล้ว ก็จะสมดังปรารถนา และสะพานซูตองเป้แห่งนี้เป็นสะพานไม้ไผ่ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย
กลางวันอิ่มอร่อยไปกับอาหารสไตล์ยูนนาน ขาหมู่หมั่นโถวเลิศรส จิบกับชาร้อน ๆ ที่หมู่บ้านรักไทย
ชมความสวยงามของบ้านดิน ที่ตั้งลดหลั่นอยู่กลางไร่ชาขั้นบันได ที่โรงแรมลีไวน์รักไทย ก่อนออกเดินทางกันต่อ
เย็นตั้งเต็นท์นอนชมดาว และทางช้างเผือกที่ปางอุ๋ง
วันที่สาม
เช้าตื่นเช้ามาสัมผัสบรรยากาศ กลิ่นอายธรรมชาติและทะเลหมอกที่ล้อมรอบตัวเรา
นั่งแพชมพระอาทิตย์ขึ้น มีหงส์ขาวและหงส์ดำออกหากินในบริเวณนี้
กลางวันรับประทานอาหารราคาหลักสิบ แต่วิวหลักล้าน ที่ “บ้านจ่าโบ่” ก๋วยเตี๋ยวห้อยขา และกาแฟคั่วขึ้นชื่อ ท่ามกลางบรรยากาศขุนเขาที่สลับซับซ้อนอยู่ตรงหน้า
แวะเที่ยวชมเมืองปาย ซื้อของฝากที่ระลึก ต่อด้วย “สะพานปาย” สะพานประวัติศาสตร์ที่ทหารญี่ปุ่นลำเลียงอาวุธไปยังเมียนมาสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2
เย็นปิดท้ายทริปด้วยความประทับใจ ที่ “ห้วยน้ำดัง” เดินลงจากเนินเขาสู่แปลงดอกไม้หลากสีที่ปลูกลดหลั่นตามขั้นบันได สู่ลานโล่งกว้าง ที่ทำให้เราได้เห็นถึงความสวยงามของธรรมชาติได้ถนัดตา ทิวเขาที่ทอดยาวไกลออกไป เป็นอีกหนึ่งสถานที่ยอดนิยมของนักล่าหมอกยามเช้า นอนกางเต็นท์ดูดาวยามค่ำคืน ชอบมาตั้งเต็นท์กันบริเวณนี้
เดินทางกลับสู่ตัวเมืองเชียงใหม่โดยสวัสดิภาพ