ดอยเสมอดาว

ดอยเสมอดาว

จ.น่าน

แวะมาเที่ยวแบบฮิป ๆ จิบกาแฟเพิ่มไออุ่น นอนกางเต็นท์ ดูดาวในแดนดินสวรรค์เมืองน่าน สัมผัสลมหนาวและดาวเดือน กลางคืนดูดาว เช้าชมทะเลหมอก ทิ้งเวลาทอดอารมณ์ชมความงามธรรมชาติแบบไม่เร่งรีบ ที่ผาหัวสิงห์ บนลานกว้างโค้งไปตามสันเขาที่สามารถชมวิวพระอาทิตยขึ้นและตกได้แบบ 360 องศา ในเวลาเดียวกัน

@ดอยเสมอดาว จ.น่าน

2 วัน 1 คืน

วันที่หนึ่ง
เช้านัดพบกันที่ “วัดภูมินทร์” ใจกลางตัวเมืองน่าน ไหว้พระเสริมสร้างความเป็นสิริมงคล ชมความงามของพระอุโบสถจตุรมุข ภาพจิตรกรรมฝาผนัง ปู่ม่าน ย่าม่าน กระซิบรักบรรลือโลก
ชมประวัติความเป็นมาของนครน่าน ที่ “พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน” เดิมเป็นประทับของผู้ครองนครน่าน เรียกว่า “หอคำ” ภายในจัดแสดงโบราณวัตถุ จำลองวิถีชีวิตของคนพื้นเมือง และชาวเขา และที่พลาดไม่ได้ คือ “งาช้างดำ” สมบัติล้ำค่าประจำเมือง ถ่ายรูปกับซุ้มลีลาวดีที่แผ่กิ่งก้านสาขา โน้มตัวลงเข้ากันอย่างสวยงาม หน้าพิพิธภัณฑ์
กราบไหว้สักการะเสาหลักเมืองน่าน ณ วัดมิ่งเมือง
กราบพระบรมสารีริกธาตุ และชมทิวทัศน์เมืองน่านจากมุมสูง ที่ “วัดพระธาตุเขาน้อย”
กลางวันสักการะ “พระธาตุแช่แห้ง” พระธาตุประจำปีเถาะ อธิษฐานขอพรเทพทันใจที่วัดพระธาตุแช่แห้ง
เย็นกางเต็นท์ที่ดอยเสมอดาว อุทยานแห่งชาติศรีน่าน
สั่งอาหารมารับประทานหน้าเต็นท์ ชมวิวพระอาทิตย์ตก นอนดูดาว พักผ่อนตามอัธยาศัย
วันที่สอง
เช้าตื่นเช้าเดินฝ่าทะเลหมอกขึ้นไปชมวิวพระอาทิตย์ขึ้น ที่ “ผาหัวสิงห์”
เดินตามเจ้าหน้าที่อุทยานฯ พิชิตยอดผาชู้ ที่เมื่อหมอกจางลงเราจะเห็นลำน้ำน่านทอดตัวไหลคดเคี้ยวตามผืนป่าได้ตลอดสาย ชมการชักธงชาติเสาธงสูงที่สุดในประเทศไทย ซึ่งสายเสาธงมีความยาวกว่า 200 เมตร ต้องร้องเพลงชาติ 12 จบกว่าจะเชิญธงชาติขึ้นสู่ยอดเขา
กลางวันแวะชมประติมากรรมที่ธรรมชาติได้สรรค์สร้างขึ้นจากการทับถมของตะกอนดิน โดนสายลมและน้ำกัดเซาะ จนกลายเป็นหน้าผาที่มีริ้วรอยประหลาดตาที่ “เสาดินนาน้อย”
สักการะพระธาตุประจำปีขาล ที่ “วัดพระธาตุช่อแฮ” จังหวัดแพร่
เย็นปิดท้ายทริปด้วยการกราบพระพุทธชินราช พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองพิษณุโลก ณ “วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร”

เส้นทางใกล้เคียง (น่าน-แพร่)

3 วัน 2 คืน

วันที่หนึ่ง
เช้านัดพบกันที่ “วัดภูมินทร์” ใจกลางตัวเมืองน่าน ไหว้พระเสริมสร้างความเป็นสิริมงคล ชมความงามของพระอุโบสถจตุรมุข ภาพจิตรกรรมฝาผนัง “ปู่ม่าน ย่าม่าน กระซิบรักบรรลือโลก”
ชมประวัติความเป็นมาของนครน่าน ที่ “พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน” เดิมเป็นประทับของผู้ครองนครน่าน เรียกว่า “หอคำ” ภายในจัดแสดงโบราณวัตถุ จำลองวิถีชีวิตของคนพื้นเมืองและชาวเขา และที่พลาดไม่ได้ คือ “งาช้างดำ” สมบัติล้ำค่าประจำเมือง ถ่ายรูปกับซุ้มลีลาวดีที่แผ่กิ่งก้านสาขา โน้มตัวลงเข้ากันอย่างสวยงามหน้าพิพิธภัณฑ์
อีกหนึ่งวัดสวยเมืองน่าน ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามพิพิธภัณฑ์ฯ “วัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร” วัดโบราณอายุกว่า 600 ปี ภายในวัดมีเจดีย์ทรงสุโขทัย ที่ฐานมีช้างรายล้อมอยู่ถึง 24 เชือก อันเป็นที่มาของชื่อวัดนี้เอง
กลางวันสักการะ “พระธาตุแช่แห้ง” พระธาตุประจำปีเถาะ อธิษฐานขอพรเทพทันใจที่วัดพระธาตุแช่แห้ง
กราบสักการะพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้า ที่ “วัดพระธาตุเขาน้อย” วัดโบราณอายุกว่า 500 ปี จากวัดพระธาตุเขาน้อย สามารถมองเห็นทิวทัศน์โดยรอบของตัวเมืองน่าน ลานตรงกลางเป็นที่ประดิษฐาน “พระพุทธมหาอุตมมงคลนันทบุรีศรีเมืองน่าน” ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางประทานพร บนฐานดอกบัวสูง 9 เมตร สร้างขึ้นเนื่องในมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษา 6 รอบ เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2542
เย็นกางเต็นท์ที่ดอยเสมอดาว อุทยานแห่งชาติศรีน่าน
สั่งอาหารมารับประทานหน้าเต็นท์ ชมวิวพระอาทิตย์ตก นอนดูดาว พักผ่อนตามอัธยาศัย
วันที่สอง
เช้าตื่นเช้าเดินฝ่าทะเลหมอกขึ้นไปชมวิวพระอาทิตย์ขึ้น ที่ “ผาหัวสิงห์”
เดินตามเจ้าหน้าที่อุทยาน พิชิตยอดผาชู้ ที่เมื่อหมอกจางลงเราจะเห็นลำน้ำน่าน ทอดตัวไหลคดเคี้ยวตามผืนป่าได้ตลอดสาย ชมการชักธงชาติที่เสาธงสูงที่สุดในประเทศไทย ซึ่งสายเสาธงมีความยาวกว่า 200 เมตร ต้องร้องเพลงชาติ 12 จบกว่าจะเชิญธงชาติขึ้นสู่ยอดเขา
กลางวันแวะชมประติมากรรมที่ธรรมชาติได้สรรค์สร้างขึ้นจากการทับถมของตะกอนดิน โดนสายลมและน้ำกัดเซาะ จนกลายเป็นหน้าผาที่มีริ้วรอยประหลาดตาที่ “เสาดินนาน้อย”
สุดโรแมนติกไปกับดอกนางพญาเสือโคร่งที่ผลิดอกสีมชมพูบานไปทั่วทั้งบริเวณ ที่ “สถานีวิจัยต้นน้ำขุนสถาน”
กราบสักการะพระพุทธรูปโกศัยศิริชัยมหาศากยมุนี ซึ่งถือเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองแพร่ ที่ “วัดมิ่งเมือง”
ศึกษาเรื่องราวประวัติความเป็นมาของเมืองแพร่ ที่ “คุ้มเจ้าหลวง”
เย็นเดินเที่ยวถนนคนเดิน ที่ “กาดกองเก่า”
เข้าสู่ที่พัก พักผ่อนตามอัธยาศัย
วันที่สาม
เช้าทัวร์สายบุญวันสุดท้าย เริ่มที่ “วัดพระธาตุช่อแฮ” วัดประจำปีขาล
ไม่ต้องไปไกลถึงเมียนมา ก็สักการะพระธาตุอินทร์แขวนได้ ที่ “วัดพระธาตุอินทร์แขวน พุทธอุทยานดอยผาสวรรค์ฯ”
กลางวันปิดท้ายทริปก่อนเดินทางกลับ แวะขอพรพระพุทธรูปปางไสยาสน์ขนาดใหญ่ ที่มีพุทธศิลป์งดงาม ที่ “วัดพระธาตุสุโทนมงคลคีรี”
เดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ