ทุ่งดอกบัวตอง

ทุ่งดอกบัวตอง

จ.แม่ฮ่องสอน

ทุ่งดอกบัวตองบานสะพรั่งเหลืองอร่ามไปทั่วดอยแม่อูคอ หนึ่งใน Scenic วิวสวยสะพรึง เอาใจหนุ่มสาวที่เลิฟทุ่งดอกไม้และการถ่ายภาพ จะเช็กอินยาว ๆ รอชมพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า แสงสีทองสุดท้ายที่ค่อย ๆ ลาลับลงหลังเทือกเขาสลับซับซ้อน ก็ชวนให้หนาวนี้ที่ทุ่งดอกบัวตองโรแมนติกได้ตลอดทุกช่วงเวลา

@ทุ่งดอกบัวตอง จ.แม่ฮ่องสอน

2 วัน 1 คืน

วันที่หนึ่ง
กลางวันเริ่มต้นสิ่งดี ๆ ของวัน ด้วยการไหว้พระที่วัดจองกลาง วัดจองคำ ซึ่งสองวัดนี้เปรียบเสมือนวัดแฝดที่ตั้งอยู่ภายในรั้วกำแพงเดียวกัน นอกจากนี้ วัดทั้งสองยังเป็นศูนย์กลางชุมชนชาวไทใหญ่ จัดงานพิธีกรรมทางศาสนา งานบุญ งานประเพณีต่าง ๆ ในรอบปี
สักการะพระธาตุเจดีย์ที่บรรจุพระธาตุของพระโมคคัลลานะ พระอัครสาวกเบื้องซ้ายของพระพุทธเจ้า ที่วัดพระธาตุดอยกองมู
เย็นชมความสวยงามของธรรมชาติที่ถูกแต่งแต้มด้วยสีเหลืองทองของทุ่งบัวตอง บนยอดดอยแม่อูคอ ซึ่งหนึ่งปีจะผลิบานสักครั้งหนึ่ง ช่วงเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม ซึ่งในทุกปี ชาวแม่ฮ่องสอนจะจัดงานทุ่งบัวตองบานเฉลิมฉลองขึ้นอีกด้วย และเมื่อเดินขึ้นไปบนยอดดอย จะมองเห็นทัศนียภาพของทุ่งบัวตองแบบพาโนรามา ท่ามกลางหุบเขาที่สลับซับซ้อนอยู่เบื้องหลัง
ทุ่งบัวตองมีลานสำหรับกางเต็นท์ที่พัก หรือจะกลับไปนอนที่ตัวเมืองแม่ฮ่องสอนก็ย่อมได้
วันที่สอง
เช้าทำบุญตักบาตรที่สะพานซูตองเป้ที่ทอดตัวอยู่กลางทุ่งนา คำว่า “ซูตองเป้” เป็นภาษาไทใหญ่ แปลว่า “อธิษฐานสำเร็จ” หากได้อธิษฐานบนกลางสะพานแล้ว ก็จะสมดังปรารถนา และสะพานซูตองเป้แห่งนี้เป็นสะพานไม้ไผ่ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย
แวะสูดอากาศบริสุทธิ์ที่ปางอุ๋ง ล่องแพชมความงามของธรรมชาติ และป่าสนกลางทะเลสาบ
กลางวันเดินทางกลับตัวเมืองแม่ฮ่องสอน

เส้นทางใกล้เคียง (เชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน)

3 วัน 2 คืน

วันที่หนึ่ง
เช้าออกเดินทางสู่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวกิ่วแม่ปาน ติดต่อเจ้าหน้าที่ จองคิวไกค์ พร้อมรับประทานอาหารรองท้อง
เดินเท้าสู่เส้นทางศึกษาธรรมชาติ กิ่วแม่ปาน ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ตลอดระยะทาง 3 กิโลเมตร เราจะพบกับความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ ไม้เมืองหนาวนานาพันธุ์ ต้นไม้น้อยใหญ่ถูกปกคลุมด้วยมอส เฟิร์นจนทั่ว ได้ยินเสียงน้ำตกไหลจากห้วยอยู่ไกล ๆ จุดไฮไลต์อยู่ตรงเมื่อเดินผ่านพ้นบริเวณชายป่า จะพบกับทุ่งหญ้าโล่งกว้าง อันเป็นจุดชมวิวสูงสุดบนยอดดอย ณ ที่แห่งนี้เราจะชมวิวทะเลหมอกและแสงอาทิตย์ยามเช้า ที่ว่ากันว่าสวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของไทย
หลังจากอิ่มเอมไปกับทัศนียภาพที่สวยงาม สัมผัสอากาศหนาว และสูดอากาศบริสุทธิ์จนชุ่มปอดแล้ว ก็เดินเท้ากลับสู่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวกิ่วแม่ปาน ระหว่างทางจะพบกับดอกกุหลาบพันปี ที่จะบานสะพรั่งในช่วงฤดูหนาว และถ้าโชคดีจะพบกับสัตว์ป่าหายากอย่างกวางผาอีกด้วย
กลางวันแวะไหว้พระที่พระมหาธาตุเจดีย์ นภเมทนีดล-นภพลภูมิสิริ และถ่ายรูปกับป้ายสูงสุดแดนสยาม เก็บไว้เป็นที่ระลึก
แวะรับประทานอาหารกลางวันที่ทั้งสดและใหม่ ดีต่อสุขภาพ ที่ร้านอาหารโครงการหลวงอินทนนท์ ดื่มด่ำไปกับบรรยากาศที่สวยงามตรงหน้าพร้อมกาแฟถ้วยโปรด
เย็นชมความสวยงามของธรรมชาติที่ถูกแต่งแต้มด้วยสีเหลืองทองของทุ่งบัวตอง บนยอดดอยแม่อูคอ ซึ่งหนึ่งปีจะผลิบานสักครั้งหนึ่ง ช่วงเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม ซึ่งในทุกปีชาวแม่ฮ่องสอนจะจัดงานทุ่งบัวตองบานเฉลิมฉลองขึ้นอีกด้วย และเมื่อเดินขึ้นไปบนยอดดอยจะมองเห็นทัศนียภาพของทุ่งบัวตองแบบพาโนรามา ท่ามกลางหุบเขาที่สลับซับซ้อนอยู่เบื้องหลัง
ชมความงามของพระธาตุดอยกองมูยามค่ำคืน พร้อมเดินเล่นถนนคนเดินที่อยู่ใกล้ ๆ
วันที่สอง
เช้าทำบุญตักบาตรที่สะพานซูตองเป้ที่ทอดตัวอยู่กลางทุ่งนา คำว่า “ซูตองเป้” เป็นภาษาไทใหญ่ แปลว่า “อธิษฐานสำเร็จ” หากได้อธิษฐานบนกลางสะพานแล้ว ก็จะสมดังปรารถนา และสะพานซูตองเป้แห่งนี้เป็นสะพานไม้ไผ่ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย
กลางวันสักการะพระธาตุเจดีย์ที่บรรจุพระธาตุของพระโมคคัลลานะ พระอัครสาวกเบื้องซ้ายของพระพุทธเจ้า ที่ “วัดพระธาตุดอยกองมู”
ไหว้พระที่วัดจองกลาง วัดจองคำ ซึ่งสองวัดนี้เปรียบเสมือนวัดแฝดที่ตั้งอยู่ภายในรั้วกำแพงเดียวกัน นอกจากนี้ วัดทั้งสองยังเป็นศูนย์กลางชุมชนชาวไทใหญ่ จัดงานพิธีกรรมทางศาสนา งานบุญ งานประเพณีต่าง ๆ ในรอบปี
ออกเดินทางไปยังโครงการพระราชดำริปางตอง 2 หรือ “ปางอุ๋ง” ชื่นชมทัศนียภาพของป่าสนริมทะเลสาบที่สวยงาม ในช่วงเวลาเช้าจะเห็นหมอกหนา ๆ สีขาวสวย ๆ ลอยอยู่บนผืนน้ำ
ชมความงามของดอกไม้นานาพันธุ์ และให้อาหารสัตว์ป่าที่ “พระตำหนักปางตอง”
เย็นแวะรับประทานอาหารแบบจีนยูนนาน พร้อมชมความสวยงามของบ้านดิน ที่ตั้งลดหลั่นอยู่กลางไร่ชาขั้นบันได ที่โรงแรมลีไวน์รักไทย หมู่บ้านรักไทย
เข้าสู่ที่พัก พักผ่อนตามอัธยาศัย
วันที่สาม
เช้าตื่นแต่เช้าชมทะเลหมอก ที่ออกมาทักทายถึงหน้าประตูที่พัก
นั่งเรือชมวิวหมู่บ้านรักไทยท่ามสายหมอกที่ล้อมอยู่รอบตัว
แวะจิบน้ำชากาแฟ ที่ “ลีไวน์รักไทย คาเฟ่” พร้อมชมความงามของทะเลสาบที่มีหมู่บ้านจีน และภูเขาสูงเป็นฉากหลัง  ถ่ายรูปกับบ้านดินสีอิฐ ไร่ชาขั้นบันได เลือกซื้อของฝาก ก่อนเดินออกเดินทางต่อ
กลางวันรับประทานอาหารราคาหลักสิบ แต่วิวหลักล้านที่ “บ้านจ่าโบ่” ก๋วยเตี้ยวห้อยขา และกาแฟคั่วขึ้นชื่อ ท่ามกลางบรรยากาศขุนเขาที่สลับซับซ้อนที่อยู่ตรงหน้า
แวะเที่ยวชมเมืองปาย ซื้อของฝากที่ระลึก ต่อด้วย “สะพานปาย” สะพานประวัติศาสตร์ที่ทหารญี่ปุ่นลำเลียงอาวุธไปยังพม่าสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2
ปิดท้ายทริปด้วยความประทับใจ ที่ “ห้วยน้ำดัง” เดินลงจากเนินเขาสู่แปลงดอกไม้หลากสีที่ปลูกลดหลั่นตามขั้นบันได สู่ลานโล่งกว้าง ที่ทำให้เราได้เห็นถึงความสวยงามของธรรมชาติได้ถนัดตา ทิวเขาที่ทอดยาวไกลออกไป เป็นอีกหนึ่งสถานที่ ที่ยอดนิยมของนักล่าหมอกยามเช้า นอนกางเต็นท์ดูดาวยามค่ำคืน ชอบมาตั้งเต็นท์กันบริเวณนี้
เย็นเดินทางกลับสู่ตัวเมืองเชียงใหม่โดยสวัสดิภาพ