ทุ่งดอกเก็กฮวย บ้านอมลอง

ทุ่งดอกเก็กฮวย บ้านอมลอง

จ.เชียงใหม่

ขึ้นเหนือรับลมหนาว เพลินตาเพลินใจตะลุยถ่ายภาพสวยในทุ่งดอกเก๊กฮวยที่บานสะพรั่ง หนึ่งปีมีให้ชมแค่เพียงครั้งเดียวที่บ้านอมลอง อำเภอสะเมิง ดาวเด่นแหล่งชมดอกไม้ที่สวยงามไม่แพ้ดอกไม้ชนิดใด ใครอยากสัมผัสไอหนาว ยืนเด่นเช็กอินกลางทุ่งดอกเก๊กฮวยเหลืองและสีขาวโพลนบนเนินเขาที่ส่งกลิ่นหอมฟุ้งอบอวล คงต้องแวะมา

@ทุ่งดอกเก็กฮวย บ้านอมลอง จ.เชียงใหม่

2 วัน 1 คืน

วันที่หนึ่ง
เช้าเอาฤกษ์เอาชัยด้วยการไหว้พระเพื่อความเป็นสิริมงคลที่วัดสวนดอก
แวะชิมร้านอาหารเช้าประจำเมืองเชียงใหม่ ที่มาแรงในโลกโซเชียล รับประทานข้าวต้มร้อน ๆ คู่กับขนมปังสังขยาหลากสี ไข่กระทะ ปิดท้ายด้วยกาแฟโบราณ อยู่ท้องได้เป็นอย่างดี
แวะถ่ายรูปกับหุ่นฟางรูปคิงคองยักษ์ที่ห้วยตึงเฒ่า
ไหว้พระที่วัดป่าดาราภิรมย์ที่แสนจะร่มรื่นสงบเงียบ
กลางวันชมการแสดงและความแสนรู้ของช้าง ที่ปางช้างแม่สา
แวะชมสวนดอกไม้เมืองหนาว และมุมถ่ายรูปสุดฮิตที่สวนพฤกษศาสตร์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์
เย็นเข้าพักที่ Onsen@Moncham ที่พักสไตล์ญี่ปุ่นท่ามกลางธรรมชาติโอบล้อม แช่ออนเซ็นให้ร่างกายได้สดชื่น ผ่อนคลาย
วันที่สอง
เช้าสนุกสนานกับเครื่องเล่นแอดเวนเจอร์ที่ “โป่งแยงจังเกิ้ล โคสเตอร์และซิปไลน์” ที่มีทั้งปั่นจักรยานลอยฟ้า ไกวชิงช้ายักษ์ รถไฟรางไม้
กลางวันรับประทานอาหารที่คาเฟ่สุดเก๋ “Jungle De Cafe” สั่งอาหารและเครื่องดื่มไปนั่ง ๆ นอน ๆ รับประทานที่เตียงตาข่าย อีกหนึ่งมุมถ่ายรูปสวย ๆ มีน้ำตกเป็นฉากหลัง
มาถึงจุดไฮไลต์ของทริปนี้ “ทุ่งดอกเก๊กฮวย บ้านอมลอง” ที่หนึ่งปีจะบานหนึ่งครั้ง ดอกเก๊กฮวยสีขาวบานสะพรั่งคลุมยอดเขาสะเมิง เป็นอีกหนึ่งจุดถ่ายรูปใหม่ ที่ควรค่าแก่การมาเช็กอิน
หอบรูปสวย ๆ พร้อมด้วยรอยยิ้มเดินทางกลับบ้าน

เส้นทางใกล้เคียง (เชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน)

3 วัน 2 คืน

วันที่หนึ่ง
เช้าออกเดินทางจาก จ.เชียงใหม่ เริ่มต้นทริปด้วยการกราบอธิษฐานขอพรหลวงพ่อทันใจ ที่วัดพระธาตุดอยคำ ให้ทุกอย่างสมดังปรารถนา
แวะถ่ายรูปกับทุ่งดอกเก๊กฮวย ที่บ้านอมลอง ที่กำลังบานสะพรั่งเรียงรายตามแนวทิวเขา 1 ปี มีครั้งเดียว เป็นสถานที่เช็กอินใหม่ ที่ถูกใจสายถ่ายรูปอัปโหลดลงโซเชียลเป็นที่สุด
กลางวันสัมผัสความใหญ่โตขั้นกว่า ที่ “ผาช่อ” สุดยอดแกรนด์แคนยอนเมืองไทย ที่อุทยานแห่งชาติแม่วาง หน้าผาสูงใหญ่ ลวดลายสวยงาม ดูคล้ายแท่งเสาหิน เกิดจากการกัดเซาะของลมและฝนนานนับพันปี มีทางเดินตามร่องน้ำโบราณให้เราได้ปีนป่ายกันอย่างสนุกสนาน
เย็นแวะถ่ายรูปแนวฮิปสเตอร์ที่สวนสนบ่อแก้ว ต้นสนจำนวนมากที่ตั้งเรียงราย เป็นบรรยากาศสุดโรแมนติกที่นักท่องเที่ยวต่างแวะเวียนเข้ามาถ่ายรูป
ชมความสวยงามของธรรมชาติที่ถูกแต่งแต้มด้วยสีเหลืองทองของทุ่งบัวตอง บนยอดดอยแม่อูคอ ซึ่งหนึ่งปีจะผลิบานสักครั้งหนึ่ง ช่วงเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม ซึ่งในทุกปี ชาวแม่ฮ่องสอนจะจัดงานทุ่งบัวตองบานเฉลิมฉลองขึ้นอีกด้วย  และเมื่อเดินขึ้นไปบนยอดดอยจะมองเห็นทัศนียภาพของทุ่งบัวตองแบบพาโนรามา ท่ามกลางหุบเขาที่สลับซับซ้อนอยู่เบื้องหลัง
ชมความงามของพระธาตุดอยกองมูยามค่ำคืน พร้อมเดินเล่นถนนคนเดินที่อยู่ใกล้ ๆ
วันที่สอง
เช้าทำบุญตักบาตรที่สะพานซูตองเป้ที่ทอดตัวอยู่กลางทุ่งนา คำว่า “ซูตองเป้” เป็นภาษาไทใหญ่ แปลว่า “อธิษฐานสำเร็จ” หากได้อธิษฐานบนกลางสะพานแล้ว ก็จะสมดังปรารถนา และสะพานซูตองเป้แห่งนี้เป็นสะพานไม้ไผ่ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย
กลางวันอิ่มอร่อยไปกับอาหารสไตล์ยูนนาน ขาหมูหมั่นโถวเลิศรส จิบกับชาร้อน ๆ ที่หมู่บ้านรักไทย
ชมความสวยงามของบ้านดิน ที่ตั้งลดหลั่นอยู่กลางไร่ชาขั้นบันได ที่โรงแรมลีไวน์รักไทย ก่อนออกเดินทางกันต่อ
เย็นตั้งเต็นท์นอนชมดาว และทางช้างเผือกที่ปางอุ๋ง
วันที่สาม
เช้าตื่นเช้ามาสัมผัสบรรยากาศ กลิ่นอายธรรมชาติและทะเลหมอกที่ล้อมรอบตัวเรา
นั่งแพชมพระอาทิตย์ขึ้น มีหงส์ขาวและหงส์ดำออกหากินในบริเวณนี้
กลางวันรับประทานอาหารราคาหลักสิบ แต่วิวหลักล้านที่ “บ้านจ่าโบ่” ก๋วยเตี๋ยวห้อยขา และกาแฟคั่วขึ้นชื่อ ท่ามกลางบรรยากาศขุนเขาที่สลับซับซ้อนที่อยู่ตรงหน้า
แวะเที่ยวชมเมืองปาย ซื้อของฝากที่ระลึก ต่อด้วย “สะพานปาย” สะพานประวัติศาสตร์ที่ทหารญี่ปุ่นลำเลียงอาวุธไปยังเมียนมาสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2
เย็นปิดท้ายทริปด้วยความประทับใจ ที่ “ห้วยน้ำดัง” เดินลงจากเนินเขาสู่แปลงดอกไม้หลากสีที่ปลูกลดหลั่นตามขั้นบันได สู่ลานโล่งกว้าง ที่ทำให้เราได้เห็นถึงความสวยงามของธรรมชาติได้ถนัดตา ทิวเขาที่ทอดยาวไกลออกไป เป็นอีกหนึ่งสถานที่ยอดนิยมของนักล่าหมอกยามเช้า นอนกางเต็นท์ดูดาวยามค่ำคืน ชอบมาตั้งเต็นท์กันบริเวณนี้
เดินทางกลับสู่ตัวเมืองเชียงใหม่โดยสวัสดิภาพ