ท่ามะโอ

ท่ามะโอ

จ.ลำปาง

เลือกนั่งรถรางหรือปั่นจักรยานเที่ยวถนนสายวัฒนธรรม ชุมชนเก่าแก่แต่ครั้งเมืองเขลางค์นครยังเป็นศูนย์กลางการค้าไม้สักในภาคเหนือ ซึ่งรวบรวมผู้คนหลากเชื้อชาติทั้งอังกฤษ เมียนมา จีน และไทยมาอยู่รวมกัน ที่นี่จึงเต็มไปด้วยตำนานทางประวัติศาสตร์ จะเที่ยวกาดเช้าใส่บาตรที่ตลาดรัษฎา ชมบ้านหลุยส์ ที เลียวโนเวนส์ และไม่พลาดแวะสักการะวัดประตูป่อง ที่มีอายุเก่าแก่กว่า 160 ปี ฯลฯ

@ท่ามะโอ จ.ลำปาง

2 วัน 1 คืน

วันที่หนึ่ง
เช้ากราบสักการะ “วัดพระธาตุลำปางหลวง” เป็นพระธาตุประจำปีเกิดของคนปีฉลู วัดคู่บ้านคู่เมืองเขลางค์นคร สิ่งมหัศจรรย์อีกหนึ่งอย่าง คือ เงาพระธาตุหัวกลับ
ชมความงามของสถาปัตยกรรมล้านนาที่อ่อนช้อย พร้อมวิวทิวทัศน์ทุ่งนาอำเภอแม่ทะจากบนยอดสูง ที่ “วัดพระธาตุดอยพระฌาน”
กลางวันถ่ายภาพสตรีตอาร์ตตลอดริมฝั่งแม่น้ำ เริ่มที่ “สะพานรัษฎาภิเศก”
นั่งรถม้าหรือปั่นจักรยานเยี่ยมชม “ชุมชนท่ามะโอ” ชุมชนเก่าที่ยังคงสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่น อนุรักษ์สถาปัตยกรรมโบราณ พัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวชุมชน
ตามรอยตำนานพระแก้วมรกต ที่ “วัดพระแก้วดอนเต้าสุชาดาราม” วัดโบราณที่ผสมผสานความงามแบบล้านนาและเมียนมาได้อย่างลงตัว
เย็นรำลึกถึงความทรงจำเมื่อครั้งวันวาน ที่ “กาดกองต้า” ถนนคนเดินย่านตลาดเก่าที่มีอายุอานามนับร้อยปี
วันที่สอง
เช้าชมความงดงามของหมู่เจดีย์เล็กสีขาว ที่ตั้งอยู่บนยอดดอยสูงเสียดฟ้า ที่เกิดจากแรงศรัทธาของชาวบ้าน ที่ “วัดเฉลิมพระเกียรติพระจอมเกล้าราชานุสรณ์”
อาบน้ำแร่ธรรมชาติที่มีคุณประโยชน์ช่วยบำรุงพิวพรรณ กระตุ้นระบบหมุนเวียนโลหิต ที่ “อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน”
ก่อนเดินทางกลับ แวะ “พิพิธภัณฑ์ธนบดี” สถานที่ต้นกำเนิดชามตราไก่ ของดีของขึ้นชื่อเมืองลำปาง ที่คุ้นตามีใช้อยู่ในทุกครัวเรือน ชมกระบวนการผลิต พร้อมเลือกซื้อกลับไปเป็นของฝาก

เส้นทางใกล้เคียง (น่าน-ลำปาง)

3 วัน 2 คืน

วันที่หนึ่ง
เช้าเช็กอินที่แรก “วัดศรีมงคล” หรือ “วัดก๋ง” ตามชื่อที่ชาวบ้านเรียก เป็นวัดเก่าแก่ที่ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2395 ตั้งอยู่ที่ตำบลยม อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน ด้านหลังของวัดจะมีลานชมวิว ซึ่งมีทัศนียภาพที่งดงาม มองเห็นทุ่งนาเขียวขจี และทิวเขาของดอยภูคาเรียงรายสลับซับซ้อน ภายในวัดมีสิ่งที่น่าสนใจ ทั้งวิหารหลวงที่มีภาพจิตรกรรมฝาผนังอันงดงาม โดยเลียนแบบการวาดของหนานบัวผัน จิตรกรชาวน่านเชื้อสายไทลื้อ ซึ่งวาดภาพจิตรกรรมฝาผนังที่วัดภูมินทร์และวัดหนองบัวของจังหวัดน่าน รวมถึงพิพิธภัณฑ์มงคลธรรมรังสี ซึ่งรวมรวมของโบราณต่าง ๆ ให้ได้ชม
กลางวันพักที่ร้านกาแฟฮักนาน่าน ไฮไลต์อยู่ที่สะพานไม้ไผ่ที่ทอดยาวไปในท้องทุ่ง และในบริเวณเดียวกันนั้นมีทั้งคาเฟ่ ร้านอาหาร และมุมถ่ายรูปสวย ๆ ให้แชะจุใจกันอยู่หลายมุม
เดินทางต่อไปยัง หอศิลป์ริมน่าน บนพื้นที่กว่า 13 ไร่ ที่นี่เกิดจากความมุ่งมั่นของคุณวินัย ปราบริปู ศิลปินชาวน่าน ที่ต้องการสร้างสรรค์บ้านเกิดของตัวเองให้เป็นเมืองแห่งศิลปะอย่างแท้จริง หอศิลป์แห่งนี้ประกอบด้วย อาคารหอศิลป์ สตูดิโอ และบ้านพักรับรอง โดยเก็บรวบรวมงานศิลปะจากมันสมองของศิลปินไทยร่วมสมัยที่มีผลงานการสร้างสรรค์และมีเอกลักษณ์โดดเด่นเป็นที่ยอมรับโดยทั่วไป อีกทั้งยังมีการแสดงผลงานจิตรกรรมและประติมากรรมของคุณวินัยเกือบ 200 ชิ้น ในรูปแบบกึ่งนิทรรศการถาวรให้ได้ชมเกือบตลอดปี
เย็นเช็กอินที่บ้านพักรับรอง รับประทานอาหารเย็น นอนพักผ่อนเก็บแรงไว้เที่ยววันต่อไป
วันที่สอง
เช้าตื่นเช้าเดินทางไปชื่นชมความงามของ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน ย้อนดูสถานที่สำคัญ เดิมเป็นหอคำที่พระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดชฯ พระเจ้าน่านทรงสร้างขึ้นเป็นที่ประทับ เมื่อปี พ.ศ. 2446 ลักษณะเป็นอาคารก่ออิฐถือปูนสองชั้น แบบตรีมุขหรือรูปตัวที รูปแบบผสมผสานระหว่างแบบศิลปะตะวันตกและศิลปะไทย โครงสร้างภายในเป็นไม้ หันหน้าไปทางทิศตะวันออก มีมุขออกด้านหน้า และหลังคามุงด้วยไม้แป้นเกล็ดสวยงามตามยุคสมัยนั้น
กลางวันชมความสวยงามของ วัดภูมินทร์ วัดหลวงเก่าแก่ที่มีอายุกว่า 400 ปีที่มีชื่อเสียงที่สุดของเมืองน่าน ด้วยลักษณะสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เมื่อไปถึงแล้วจุดที่ห้ามพลาดชมก็คือ อาคารทรงจตุรมุขหนึ่งเดียวในประเทศไทย, ธนบัตรใบละ 1 บาท ที่รัฐบาลไทยเคยพิมพ์รูปวัดภูมินทร์ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 และจิตรกรรมฝาผนังภายในวิหารที่เรียกกันว่า “ฮูปแต้ม” โดยมีภาพ “ปู่ม่านย่าม่าน” ได้รับยกย่องว่าเป็นภาพงามเยี่ยมของวัดภูมินทร์ ทั้งยังได้รับฉายาว่า “ภาพกระซิบรักบรรลือโลก” นอกจากนี้ยังมีภาพน่าสนใจอยู่อีกมากมายรอให้คุณได้ไปยล
เย็นชอป ชิม ชิล ยามเย็นที่ถนนคนเดิน กาดข่วงเมืองน่าน บริเวณถนนผากองด้านข้างวัดภูมินทร์ ที่จะมีทุกวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ ทั้งเดือนและตลอดปี
เช็กอินที่ น่านพันวา ที่พักใกล้พิพิธภัณฑ์ วัดภูมินทร์ พักผ่อนตามอัธยาศัย
วันที่สาม
เช้าออกเดินทางแต่เช้ามืด ไปยัง ชุมชนท่ามะโอ ชุมชนเก่าแก่ของเมืองลำปาง สัมผัสกลิ่นอายของอดีตผ่านวิถีชีวิตอันเรียบง่ายของชาวบ้าน เมื่อมาถึงแล้วห้ามพลาดชมประตูเมืองโบราณที่อยู่ภายในวัดประตูป่อง ซึ่งเป็นกำแพงเมืองอายุเก่าแก่มากกว่า 100 ปี
นั่งรถรางเที่ยวชุมชนไปกับวิทยากรท้องถิ่น ชมเสน่ห์ของชุมชนเก่าแก่ที่แสนจะสงบสุขและร่มรื่น ก่อนกลับอย่าลืมแวะช้อปอาหารพื้นถิ่นติดไม้ติดมือกลับไป
กลางวันสลัดความชิลไปชมความมหัศจรรย์แห่ง “อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน” ที่เต็มไปด้วยโขดหินธรรมชาติที่สวยงามแทรกอยู่ท่ามกลางแอ่งน้ำร้อน เป็นแหล่งท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพที่ได้รับความนิยมสูง แต่อย่ามัวตะลึงกับความงดงาม และถ่ายรูปจนเพลิน เพราะที่อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อนนี้ยังมีกิจกรรมที่ฮอตฮิตรออยู่ นั่นคือการต้มไข่น้ำแร่ และอาบน้ำแร่นั่นเอง
เดินจากบ่อน้ำพุร้อนไปถึง น้ำตกแจ้ซ้อน ชมความสวยงามของน้ำตกที่ไหลลงมาเป็นชั้น ๆ ระหว่างทางจะพบกับธรรมชาติที่สวยงาม ไม่แน่คุณอาจพบสัตว์หายาก อย่างนกเขนเทาหางแดง และปลาปุงแห่งลำห้วยแม่มอญก็เป็นได้
เย็นจบทริป 3 วัน 2 คืนสุดประทับใจ เดินทางกลับบ้านโดยสวัสดิภาพ