ปางอุ๋ง

ปางอุ๋ง

จ.แม่ฮ่องสอน

ภาพไอหมอกในป่าสน โลมเลียเหนือทะเลสาบหรืออ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ในโครงการพระราชดำริปางตอง 2 โดยมีขุนเขาเป็นแบ็กกราวด์อยู่เบื้องหลัง ทำให้ปางอุ๋งสวยราวกับเป็นดินแดนในเทพนิยาย แม้ต้องฝ่าเส้นทางนับพันโค้งมุ่งสู่แม่ฮ่องสอน เพื่อได้ไปสัมผัสความโรแมนติกของสายหมอกและไอหนาว

@ปางอุ๋ง จ.แม่ฮ่องสอน

2 วัน 1 คืน

วันที่หนึ่ง
กลางวัน ออกเดินทางจากตัวเมืองแม่ฮ่องสอนมายังหมู่บ้านรวมไทย หรือปางอุ๋ง ระยะทาง 40 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 1.30 ชม.
เย็น เดินเที่ยวชมหมู่บ้าน
ลิ้มรสชา กาแฟ ที่ชาวบ้านปลูกและคั่วเอง รสชาติเข้มข้น กลิ่นหอมติดปลายจมูก
กางเต็นท์ยังลานกว้าง พร้อมรับประทานอาหารเย็น พักผ่อนตามอัธยาศัย
วันที่สอง
เช้า ตื่นเช้ามาสัมผัสบรรยากาศ กลิ่นไอธรรมชาติและทะเลหมอกที่ล้อมรอบตัวเรา
นั่งแพชมพระอาทิตย์ขึ้น มีหงส์ขาวและหงส์ดำออกหากินในบริเวณนี้
เตรียมของตักบาตรทำบุญ
รับประทานอาหารเช้า พร้อมจิบกาแฟที่คั่วสดใหม่ที่ “ร้านปาละ”
กลางวัน ชมความงามของดอกไม้นานาพันธุ์ และให้อาหารสัตว์ป่าที่พระตำหนักปางตอง
เดินทางกลับสู่ตัวเมืองเชียงใหม่โดยสวัสดิภาพ

เส้นทางใกล้เคียง (เชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน)

3 วัน 2 คืน

วันที่หนึ่ง
เช้า ออกเดินทางจาก จ.เชียงใหม่ เริ่มต้นทริปด้วยการกราบอธิษฐานขอพรหลวงพ่อทันใจ ที่วัดพระธาตุดอยคำ ให้ทุกอย่างสมดังปรารถนา
กลางวัน เยี่ยมชมประติมากรรมสุดอลังการที่ธรรมชาติได้สรรค์สร้างขึ้น “อุทยานแห่งชาติออบหลวง” หน้าผาขนาดใหญ่รูปร่างคล้ายคนจูบกัน มีแม่น้ำขนาดเล็กไหลเชี่ยวแรงคั่นกลางอยู่ มีทางเดินศึกษาธรรมชาติและภาพเขียนสี พร้อมหลุมฝังศพมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ตั้งอยู่ภายใน
แวะถ่ายรูปแนวฮิปสเตอร์ที่สวนสนบ่อแก้ว ต้นสนจำนวนมากที่ตั้งเรียงราย เป็นบรรยากาศสุดโรแมนติกที่นักท่องเที่ยวต่างแวะเวียนเข้ามาถ่ายรูป
เย็น เดินเที่ยวถนนคนเดิน แม่ฮ่องสอน
เช็กอินที่พัก พักผ่อนตามอัธยาศัย
วันที่สอง
เช้า ออกเดินทางกันแต่เช้า กราบสักการะ วัดพระธาตุดอยกองมู สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองแม่ฮ่องสอน เป็นจุดชมทะเลหมอกในช่วง “ฤดูฝน” และ “ฤดูหนาว”
ต่อด้วยทำบุญที่วัดจองกลาง วัดจองคำ ซึ่งสองวัดนี้เปรียบเสมือนวัดแฝดที่ตั้งอยู่ภายในรั้วกำแพงเดียวกัน นอกจากนี้ วัดทั้งสองยังเป็นศูนย์กลางชุมชนชาวไทใหญ่ จัดงานพิธีกรรมทางศาสนา งานบุญ งานประเพณีต่าง ๆ ในรอบปี
กลางวัน เที่ยวชมสะพานไม้แห่งศรัทธา ที่ “สะพานซูตองเป้” สะพานไม้ไผ่ที่ยาวที่สุดในเมืองไทย ทอดตัวพาดผ่านทุ่งนาสีเขียวขจี
แวะเที่ยวถ้ำปลา ตั้งอยู่ที่อุทยานแห่งชาติถ้ำปลา-น้ำตกผาเสื่อ ภายในเป็นโพรงขนาดใหญ่ มีปลามุง ปลาคัง หรือปลาพวง อาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ชาวบ้านเชื่อว่าเป็นปลาเจ้า จึงกลายเป็นเขตอนุรักษ์ในเวลาต่อมา
ชมความงามของดอกไม้นานาพันธุ์ และให้อาหารสัตว์ป่าที่พระตำหนักปางตอง
เย็น ตั้งเต็นท์นอนชมดาวและทางช้างเผือกที่ปางอุ๋ง
วันที่สาม
เช้า ตื่นเช้ามาสัมผัสบรรยากาศ “สวิตเซอร์แลนด์เมืองไทย” กลิ่นอายธรรมชาติและทะเลหมอกที่ล้อมรอบตัวเรา นั่งแพชมพระอาทิตย์ขึ้น มีหงส์ขาวและหงส์ดำออกหากินในบริเวณนี้
ลิ้มลองอาหารจีนยูนนานเลิศรสที่หมู่บ้านรักไทย เมนูแนะนำ ขาหมูหมั่นโถว รับประทานคู่กับน้ำชาร้อนหอมหมื่นลี้ ถ่ายรูปกับบ้านดินสีอิฐ ไร่ชาขั้นบันได เลือกซื้อของกลับไปฝากคนทางบ้าน
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวันราคาหลักสิบ แต่วิวหลักล้าน ที่ “บ้านจ่าโบ่” ก๋วยเตี๋ยวห้อยขาและกาแฟคั่วขึ้นชื่อ ท่ามกลางบรรยากาศขุนเขาที่สลับซับซ้อนที่อยู่ตรงหน้า
แวะเที่ยวชมเมืองปาย ซื้อของฝากที่ระลึก ต่อด้วย “สะพานปาย” สะพานประวัติศาสตร์ที่ทหารญี่ปุ่นลำเลียงอาวุธไปยังเมียนมาสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2
ปิดท้ายทริปด้วยความประทับใจ ที่ “ห้วยน้ำดัง” เดินลงจากเนินเขาสู่แปลงดอกไม้หลากสีที่ปลูกลดหลั่นตามขั้นบันได สู่ลานโล่งกว้าง ที่ทำให้เราได้เห็นถึงความสวยงามของธรรมชาติได้ถนัดตา ทิวเขาที่ทอดยาวไกลออกไป เป็นอีกหนึ่งสถานที่ยอดนิยมของนักล่าหมอกยามเช้า นอนกางเต็นท์ดูดาวยามค่ำคืน ชอบมาตั้งเต็นท์กันบริเวณนี้
เย็น เดินทางกลับสู่ตัวเมืองเชียงใหม่โดยสวัสดิภาพ