ภูชี้ดาว

ภูชี้ดาว

จ.เชียงราย

ไต่ความสูง 1,800 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ตะลุยยอดภูที่ชื่อชี้ชวนยั่วยวนใจให้ต้องไปพิสูจน์…ภูชี้ดาว อำเภอเวียงแก่น ยอดภูขนาดเล็กที่เนินสูงชันขึ้นไปบนท้องฟ้า มองเห็นวิวทิวทัศน์พาโนรามา 360 องศา สวยราวกับภาพวาด ชมภาพทะเลหมอกล่องลอยเคลียคลอยอดเขาน้อยใหญ่ที่อยู่เบื้องล่าง ท่ามกลางอาทิตย์ทอแสงทั้งยามเช้า-เย็น

@ภูชี้ดาว จ.เชียงราย

2 วัน 1 คืน

วันที่หนึ่ง
เย็นหลังจากเที่ยวภูชี้ฟ้าจนอิ่มหนำสำราญแล้ว รีบเดินทางเข้าสู่ที่พัก พักผ่อนตามอัธยาศัย ออมแรงสำหรับการเดินป่าในวันรุ่งขึ้น
วันที่สอง

เช้า

 

ออกเดินเท้าสู่ยอดดอยภูชี้ดาวตั้งแต่เช้ามืด เพื่อให้ทันดูพระอาทิตย์ขึ้น  เดินป่าท่ามกลางสายหมอกที่โอบกอด รายล้อมอยู่รอบตัวเรา ราวกับเดินบนสรวงสวรรค์ อากาศที่หนาวเย็นทำให้ตลอดระยะเวลาเดินทาง 1 ชั่วโมง เต็มไปด้วยความผ่อนคลาย ไม่ได้รู้สึกเหน็ดเหนื่อยแต่อย่างใด
กลับมารับประทานอาหารที่ที่พัก จัดเตรียมเก็บของ เพื่อออกเดินทางต่อ
แวะกราบนมัสการวัดพระธาตุภูซาง ก่อนไปแช่เท้าผ่อนคลายกับกระแสธารน้ำอุ่นที่น้ำตกภูซางที่อยู่ใกล้ ๆ

กลางวัน

 

รับประทานขนมจีนขึ้นห้าง (นา) ที่พร้อมเสิร์ฟในหม้อดิน รสชาติแบบนัว ๆ เข้มข้นที่ร้านสะพานฮัก
กราบนมัสการท่านพุทธทาสภิกขุ ที่ “ศูนย์วิปัสสนาไร่เชิญตะวัน” ของท่าน ว. วชิรเมธี
ปิดท้ายทริปด้วยการแวะไปชักภาพ หนึ่งในแลนด์มาร์กของเชียงรายที่พลาดไม่ได้ “ไร่ชาฉุยฟง” ไร่ชาวิวพาโนรามาสวยงามลดหลั่นตามขั้นบันได มาถึงที่แล้วต้องสั่งของหวาน และเครื่องดื่มที่ทำมาจากใบชา ที่นี่การันตีความอร่อยไม่แพ้ของอิมพอร์ตจากเมืองนอกเลยทีเดียว

เส้นทางใกล้เคียง (เชียงราย-พะเยา)

3 วัน 2 คืน

วันที่หนึ่ง
เช้าเช้าวันแรกที่เชียงราย เริ่มทริปด้วยการไหว้พระทำบุญที่วัดร่องเสือเต้น สถาปัตยกรรมโดดเด่นแหวกแนวทรงไทยประยุกต์ สีฟ้าตัดด้วยสีทอง แอบชักภาพสักสองสามแชะ ก่อนออกเดินทางต่อ
แวะชมสุดยอดผลงานศิลปะของาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ที่ “วัดร่องขุ่น” ที่จำลองสวรรค์ และโลกใต้ภิภพออกเป็นงานสถาปัตยกรรมสีขาว ลวดลายวิจิตรอ่อนช้อยสวยงามสวยโดดเด่นสะดุดตา
กลางวันสนุกสนานไปกับกิจกรรมนานาชนิดที่ “สิงห์ปาร์ค” เริ่มที่ ถ่ายรูปกับสิงห์โตสีทอง แลนด์มาร์ของที่นี่, นั่งรถรางชมสวนดอกไม้, ปั่นจักรยานชมธรรมชาติ, โหนสลิง, ปีนผาจำลอง และกิจกรรมแอดเวนเจอร์อื่น ๆ อีกมากมาย
แวะไปชักภาพ หนึ่งในแลนด์มาร์คของเชียงรายที่พลาดไม่ได้ “ไร่ชาฉุยฟง” ไร่ชาวิวพาโนรามาสวยงามลดหลั่นตามขั้นบันได มาถึงที่แล้วต้องสั่งของหวาน และเครื่องดื่มที่ทำมาจากใบชา ที่นี่การันตีความอร่อยไม่แพ้ของอิมพอร์ตจากเมืองนอกเลยทีเดียว
เย็นชมสวนพันธ์ไม้เมืองหนาว อดีตที่พระทับของสมเด็จย่า ที่อากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี มีทิวทัศน์ที่สวยงาม
สักการะพระบรมสารีริกธาตุพระรากขวัญเบื้องซ้าย (กระดูกไหปลาร้า) ที่วัดพระธาตุดอยตุง
เข้าสู่ที่พัก พักผ่อนตามอัธยาศัย
วันที่สอง
เช้าแวะถ่ายรูปกับสระมรกต ที่วนอุทยานแห่งชาติถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน
สักการะพระธาตุดอยเวา หนึ่งในพระธาตุเก่าแก่ที่สุดของเมืองเชียงราย ก่อนไปถ่ายรูปกับป้าย “จุดเหนือสุดแดนสยาม” เห็บไว้เป็นที่ระลึก
สนุกสนานไปกับกิจกรรมค้าขายสุดคึกคักที่ “ตลาดแม่สาย” ในแต่ละวันจะมีพ่อค้าแม่ค้าทั้งชาวไทย และพม่า เข้ามาจับจ่ายซื้อของเป็นจำนวนมาก
กลางวันนั่งเรือล่องแม่น้ำโขง ชมจุดบรรจบของชายแดนสามประเทศ ไทย-พม่า-ลาว ที่ “สามเหลี่ยมทองคำ”
สักการะวัดพระแก้ว เชียงของ วัดโบราณตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขง จากจุดนี้มองไปจะเห็นวิถีชีวิตชาวลาวท้องถิ่น ที่หมู่บ้านตั้งอยู่คนละฟากฝั่งแม่น้ำได้ถนัดตา
เย็นเช็กอินที่โรงแรม ผาตั้ง ภูหมอก รีสอร์ท ภายในโรงแรมที่แปลงสตรอว์เบอร์รี่เล็ก ๆ สำหรับใครที่อยากถ่ายรูป หรือลองเด็ดสตรอว์เบอร์รี่จากต้นดูสักครั้ง
ลิ้มลองอาหารจีนยูนนานสูตรพิเศษ โดยเฉพาะขาหมูหมั่นโถรสกลมกล่อม จิบชาร้อน ๆ ช่วยให้เจริญอาหาร และคลายความหนาวได้เป็นอย่างดี
วันที่สาม
เช้าออกเดินเท้าสู่ยอดดอยภูชี้ดาวตั้งแต่เช้ามืด เพื่อให้ทันดูพระอาทิตย์ขึ้น  เดินป่าท่ามกลางสายหมอกที่โอบกอด รายล้อมอยู่รอบตัวเรา ราวกับเดินบนสรวงสวรรค์ อากาศที่หนาวเย็น ทำให้ตลอดระยะเวลาเดินทาง 1 ชั่วโมง เต็มไปด้วยความผ่อนคลายไม่ได้รู้สึกเหน็ดเหนื่อยแต่อย่างใด
เดินเท้าสู่ยอดดอยอีก 20 นาที ณ จุดนี้เราจะเห็นหน้าผาสูงดูคล้ายสิงห์โต ยื่นเข้าไปในเขตประเทศลาว เบื้องล่างเต็มไปด้วยทะเลหมอก ในฤดูหนาวช่วงต้นปี ดอกพญาเสือโคร่ง หรือซากุระเมืองไทย และดอกชงโคป่าจะผลิบาน สีชมพูขาวสะพรั่ง ส่งกลิ่นหอมไปทั่วบริเวณ
กลางวันออกเดินทางสู่จังหวัดพะเยา แวะกราบนมัสการวัดพระธาตุภูซาง ก่อนไปแช่เท้าผ่อนคลายกับกระแสธารน้ำอุ่นที่น้ำตกภูซางที่อยู่ใกล้ ๆ
ชมความงามของสถาปัตยกรรมไทใหญ่ สร้างด้วยไม้สักทั้งหลัง ฉลุตกแต่งเป็นลวดลายสวยงาม ที่ “วัดนันตาราม” จ.พะเยา
ปิดท้ายทริปด้วย สักการะพระนั่งดิน ที่ “วัดพระนั่งดิน” ที่ตามตำนานกวล่าวว่า ชาวเมืองพยายามอัญเชิญมาประดิษฐานบนบุษบก แต่ก็ไม่สำเร็จ จึงเป็นพระธานเพียงแห่งเดียวในประเทศไทย ที่ประทับอยู่บนพื้นดิน ก่อนเดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ