ม่อนเคียงดาว

ม่อนเคียงดาว

จ.น่าน

หลีกหนีความวุ่นวายมาใช้ชีวิตในสไตล์เนิบช้า สัมผัสความหนาว นอนเคียงดาวพร่างพรายบนท้องฟ้า เช้าขึ้นมาชมทะเลหมอกที่อยู่เบื้องหน้าบนยอดเขาเคียงดาวที่ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติศรีน่าน อำเภอนาน้อย บนพื้นที่ส่วนใหญ่ที่เป็นไร่ข้าวโพด ซึ่งชาวบ้านปรับไว้รองรับนักท่องเที่ยวเมื่อหมดฤดูทำการเกษตร

@ม่อนเคียงดาว จ.น่าน

2 วัน 1 คืน

วันที่หนึ่ง
กลางวันใช้เส้นทางน่าน – แพร่ ถนนหมายเลข 101 เข้าอำเภอเวียงสา ถนนหมายเลข 1026 และเลี้ยวซ้ายเข้าถนนหมายเลข 1083 ระยะทางจากจังหวัดน่านประมาณ 75 กม. ถึง “ม่อนเคียงดาว” เป็นสถานที่ที่ให้บริการที่พักในอุทยานแห่งชาติศรีน่าน เป็นที่พักของเอกชน ไม่ใช่ของอุทยาน อยู่ถัดไปจากดอยเสมอดาวประมาณ 2 กม.
เย็นอากาศหนาว ๆ รับประทานหมูกระทะร้อน ๆ ท่ามกลางแสงดวงดาวที่ส่องสว่างอยู่บนฟ้า ก่อนพักผ่อนตามอัธยาศัย
วันที่สอง
เช้าสายหมอกได้เล็ดลอดมาเชื้อเชิญให้เราตื่นขึ้นมาสูดอากาศบริสุทธิ์ พร้อมรับวิตามินดีจากแสงอาทิตย์ที่กำลังเริ่มโผล่ขึ้นจากขอบฟ้า
ลงไปถ่ายรูปกับทุ่งปอเทืองที่ผลิบานออกดอกสีทอง
ลงมาดื่มชา กาแฟร้อน ๆ ให้ร่างกายได้คลายความหนาว รับประทานอาหารเช้า ก่อนลงจากดอยไปเที่ยวสถานที่อื่นกันต่อ

เส้นทางใกล้เคียง (น่าน-แพร่)

3 วัน 2 คืน

วันที่หนึ่ง
เช้านัดพบกันที่ “วัดภูมินทร์” ใจกลางตัวเมืองน่าน ไหว้พระเสริมสร้างความเป็นสิริมงคล ชมความงามของพระอุโบสถจตุรมุข ภาพจิตรกรรมฝาผนัง “ปู่ม่าน ย่าม่าน กระซิบรักบรรลือโลก”
ชมประวัติความเป็นมาของนครน่าน ที่ “พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน” เดิมเป็นประทับของผู้ครองนครน่าน เรียกว่า “หอคำ” ภายในจัดแสดงโบราณวัตถุ จำลองวิถีชีวิตของคนพื้นเมืองและชาวเขา และที่พลาดไม่ได้ คือ “งาช้างดำ” สมบัติล้ำค่าประจำเมือง ถ่ายรูปกับซุ้มลีลาวดีที่แผ่กิ่งก้านสาขา โน้มตัวลงเข้ากันอย่างสวยงามหน้าพิพิธภัณฑ์
กราบไหว้สักการะเสาหลักเมืองน่าน ณ วัดมิ่งเมือง
กลางวันกราบพระบรมสารีริกธาตุ และชมทิวทัศน์เมืองน่านจากมุมสูง ที่ “วัดพระธาตุเขาน้อย”
สักการะ “พระธาตุแช่แห้ง” พระธาตุประจำปีเถาะ อธิษฐานขอพรเทพทันใจที่วัดพระธาตุแช่แห้ง
เย็นกางเต็นท์ที่ม่อนเคียงดาว อุทยานแห่งชาติศรีน่าน
ก่อกองไฟปิ้งย่างอาหาร สั่งหมูกระทะมารับประทานหน้าเต็นท์ ชมวิวพระอาทิตย์ตก นอนดูดาวและทางช้างเผือก พักผ่อนตามอัธยาศัย
วันที่สอง
เช้าสวยงามสมคำเล่าลือ กลางคืนเคียงดาว เช้าเคียงหมอก ออกมาสูดอากาศบริสุทธิ์ยามเช้า สัมผัสความหนาวเย็นของทะเลหมอกที่ลอยตัวพาดผ่านปกคลุมไปทั่วบริเวณ ชมพระอาทิตย์ที่กำลังส่องแสงสีทองแรกแห่งวัน
ออกเดินทางสู่ “ดอยเสมอดาว” ดอยใกล้ ๆ ที่มีความสวยงามไม่แพ้กัน ที่ “ผาหัวสิงห์”
เดินตามเจ้าหน้าที่อุทยาน พิชิตยอดผาชู้ ที่เมื่อหมอกจางลงเราจะเห็นลำน้ำน่านทอดตัวไหลคดเคี้ยวตามผืนป่าได้ตลอดสาย ชมการชักธงชาติที่เสาธงสูงที่สุดในประเทศไทย ซึ่งสายเสาธงมีความยาวกว่า 200 เมตร ต้องร้องเพลงชาติ 12 จบกว่าจะเชิญธงชาติขึ้นสู่ยอดเขา
กลางวันแวะชมประติมากรรมที่ธรรมชาติได้สรรค์สร้างขึ้นจากการทับถมของตะกอนดิน โดนสายลมและน้ำกัดเซาะ จนกลายเป็นหน้าผาที่มีริ้วรอยประหลาดตาที่ “เสาดินนาน้อย”
สุดโรแมนติกไปกับดอกพญาเสือโคร่งที่ผลิดอกสีชมพูบานไปทั่วทั้งบริเวณ ที่ “สถานีวิจัยต้นน้ำขุนสถาน”
เย็นกราบสักการะพระพุทธรูปโกศัยศิริชัยมหาศากยมุนี ซึ่งถือเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองแพร่ ที่ “วัดมิ่งเมือง”
ศึกษาเรื่องราวประวัติความเป็นมาของเมืองแพร่ ที่ “คุ้มเจ้าหลวง”
เดินเที่ยวถนนคนเดิน ที่ “กาดกองเก่า”
เข้าสู่ที่พัก พักผ่อนตามอัธยาศัย
วันที่สาม
เช้าตื่นแต่เช้า ชม “แพะเมืองผี” แลนด์มาร์กขึ้นชื่อของจังหวัดแพร่ ภูเขาหินทรายที่ถูดกัดกร่อนมานานนับล้านปี จนกลายเป็นเสาหินและหน้าผาสวยงามประหลาดตา
ทัวร์สายบุญวันสุดท้าย เริ่มที่ “วัดพระธาตุช่อแฮ” วัดประจำปีขาล
ไม่ต้องไปไกลถึงเมียนมา ก็สักการะพระธาตุอินทร์แขวนได้ ที่ “วัดพระธาตุอินทร์แขวน พุทธอุทยานดอยผาสวรรค์ฯ”
กลางวันปิดท้ายทริปก่อนเดินทางกลับ แวะขอพรพระพุทธรูปปางไสยาสน์ขนาดใหญ่ ที่มีพุทธศิลป์งดงาม ที่ “วัดพระธาตุสุโทนมงคลคีรี”
เดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ