หมู่บ้านไทลื้อ บ้านเก็ต อ.ปัว

หมู่บ้านไทลื้อ บ้านเก็ต อ.ปัว

จ.น่าน

ศึกษาลายผ้าพื้นเมือง เพลินธรรมชาติทุ่งนาป่าเขาของอำเภอปัว กับกลุ่มทอผ้าไทลื้อบ้านเก็ต สัมผัสประสบการณ์ทอผ้าด้วยการใช้เส้นใยและกรรมวิธีแบบธรรมชาติ สนุกกับเวิร์กชอปย้อมผ้าแบบออร์แกนิก ใครสายชิกรักการถ่ายภาพ อย่าลืมแชะ ชิม ช้อป เดินเล่นบนสะพานไม้ไผ่ข้ามทุ่งนา ชิมกาแฟน่าน ช้อปของกินของใช้สไตล์ไทลื้อ

@หมู่บ้านไทลื้อ บ้านเก็ต อ.ปัว จ.น่าน

2 วัน 1 คืน

วันที่หนึ่ง
เช้าออกเดินทางเริ่มทริปสโลว์ไลฟ์ด้วยการแวะกราบหลวงปู่ก๋ง อดีตเจ้าอาวาสผู้บุกเบิกความเจริญให้แก่ชุมชน เป็นที่นับถือศรัทธาของชาวบ้าน นอกจากวัดจะสวยงามตามแบบฉบับของชาวไทลื้อแล้ว ด้านหลังวัดยังเป็นทุ่งนาผืนใหญ่เขียวขจี มีร้านกาแฟ “ฮักนาน่าน” ตั้งอยู่ตรงกลางให้ลงไปชมวิวถ่ายภาพกันได้อย่างใกล้ชิด
ลิ้มรสร้านอร่อยที่หลบซ่อนอยู่ในป่า ที่ “ร้านฟาร์มเห็ดบ้านหัวน้ำ” ที่นำเอาเห็ดนางฟ้า เห็ดหอม เห็ดยานางิ ฯลฯ มาปรุงเป็นอาหารฟิวชันสารพัดเมนู อย่างพิซซ่าเห็ด เห็ดป่าม ควรค่าแก่การไปลิ้มลอง
กลางวันต่อด้วยแวะชิมกาแฟ “บ้านไทลื้อ” ร้านกาแฟชื่อดังกลางทุ่งนา นอกจากจะเด่นดังเรื่องกาแฟแล้ว ร้านแห่งนี้ยังเป็นร้านขายผลิตภัณฑ์งานฝีมือ จำพวกผ้าทอลายโบราณที่สืบสานวัฒนธรรมของชาวไทยลื้อ ที่ทุกวันนี้กลายเป็นสินค้า OTOP ขึ้นชื่อของจังหวัดน่าน
ชมวิถีหัตถกรรมทอผ้าฝ้ายกันต่อ ที่ “ร้านแพวผ้าฝ้าย” ที่เราจะได้รับชมขั้นตอนการทอผ้าฝ้ายจากกี่โบราณได้อย่างใกล้ชิด เลือกซื้อผ้าซิ่น ผ้าพันคอ เสื้อ กระโปรง กลับไปเป็นของที่ระลึก
เย็นเดินเล่นที่ถนนคนเดินกาดข่วงเมืองน่าน สีสันเล็ก ๆ ยามค่ำคืน
วันที่สอง
เช้าตื่นเช้าทำบุญใส่บาตร ชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นเหนือยอดดอยภูคาที่ “วัดภูเก็ต”
แวะชิมกาแฟ และชมสิ่งทอพื้นเมืองที่ “ตูบนาไทลื้อ”
กลางวันรับประทานอาหารที่ดัดแปลงจากโรงหนังเก่าที่ “ร้านครัวโฮงหนัง (ปัวรามา)”
ปิดท้ายด้วย “โรงเรียนชาวนา” สถานที่ท่องเที่ยวเชิงเกษตร ที่ให้เราได้สัมผัสถึงวิถีชีวิตชาวนาได้อย่างใกล้ชิด

เส้นทางใกล้เคียง (เชียงราย-พะเยา-น่าน)

3 วัน 2 คืน

วันที่หนึ่ง
เช้ากองทัพต้องเดินด้วยท้อง เริ่มต้นเต็มพลังกันที่ร้านบ่อกุ้งลุงสุบรรณ์ อ.เทิง จ.เชียงราย บ่อเลี้ยงกุ้งที่ใหญ่ที่สุดและจัดจ้านสุดในย่านนี้ ฟินกับกุ้งเผาสด ๆ ร้อน ๆ หอม ๆ จิบกาแฟอุ่น ๆ นั่งซุ้มชิล ๆ ท่ามกลางบรรยากาศที่แวดล้อมไปด้วยบ่อกุ้งและทุ่งนาสีเขียว ไม่มีอะไรจะดีไปกว่านี้อีกแล้ว
อิ่มท้องแล้ว ได้เวลาเดินทางไปพิชิต ภูชี้ฟ้า ชมหมอกและพระอาทิตย์ยามเช้าแบบสโลวไลฟ์ เจอวิวสวย ๆ ลมเย็น ๆ พร้อมสูดอากาศความสดชื่นให้เต็มปอด
ถ้ายังไม่จุใจไปต่อกันที่ ภูชี้เดือน อีกหนึ่งแลนมาร์คของชาวเชียงราย สำหรับคนที่ชอบเขาชอบดอย กับวิวธรรมชาติ มาแล้วจะไม่มีคำว่าเสียใจ
เดินทางต่อไปอีกหน่อย แวะกันที่ ดอยผาตั้ง อ.เวียงแก่น ที่นี่ภูมิประเทศเห็นน้ำโขงและฝั่งลาวอย่างชัดเจน พลาดไม่ได้กับ ช่องเขาขาด มาถึงแล้วต้องห้ามพลาด
กลางวันลงจากดอยมาเข้าสู่ จ.พะเยา ขับรถเข้าไปยังน้ำตกภูซาง ที่อยู่ในอุทยานแห่งชาติภูซาง เป็นน้ำตกที่มีน้ำอุ่นเพียงแห่งเดียวในประเทศไทย สามารถเดินขึ้นไปชมน้ำอุ่นธรรมชาติที่มีอุณหถูมิถึง 38 องศาก่อนไหลมาเป็นน้ำตก พร้อมชมต้นไม้น้อยใหญ่ระหว่างสองข้างทางแบบเพลิน ๆ
แวะไหว้พระที่ วัดดอนไชย วัดเก่าแก่ของเชียงคำ ที่อยู่ในสังกัดสงฆ์มหานิกาย เดิมชาวบ้านเรียกว่า วัดน้อย ซึ่งปัจจุบันเป็นศูนย์รวมจิตใจชองชาวบ้านดอนไชย
เย็นเดินทางไปต่อที่ “น้ำตกน้ำมิน” ชาวบ้านนิยมเรียกกันว่า “น้ำตกห้วยโป่ง” ที่นี่น้อยคนนักที่จะรู้จัก เป็นน้ำตกที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ และมีความสวยงามน่ามาเยือนมากแห่งหนึ่ง โดยน้ำตก ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ของวนอุทยานน้ำตกน้ำมิน อ.เชียงคำ แวดล้อมไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ เหมาะแก่เป็นสถานที่สำหรับศึกษาธรรมชาติเป็นอย่างมาก
เช็กอินที่พัก ภูลังกา รีสอร์ท รีสอร์ทหลักร้อย แต่วิวหลักล้าน หากใครที่มาถึงพะเยาพลาดแล้วจะต้องเสียใจ
วันที่สอง
เช้าเดินทางไปยังอีกหนึ่งสถานตากอากาศพักผ่อนชั้นดีของชาวพะเยา นั่นคือ “หาดน้ำดัง” เกาะแก่งกลางลำแม่น้ำยมที่มีลักษณะเป็นโขดหินผา มีน้ำใส ๆ ไหลผ่าน พร้อมสัมผัสความงดงามของธรรมชาติ
ไปชื่นชมความสวยงามของน้ำใสสีเขียวมรกตที่ น้ำตกธารสวรรค์ อันลือชื่อ ตั้งอยู่ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติดอยภูนาง ซึ่งอีกหนึ่งไฮไลต์หากโชคดีคุณอาจจะได้พบกับนกยูงตัวเป็น ๆ ก็เป็นได้
แวะถ่ายรูปให้ปังกับเพิงนาข้าวสวย ๆ ที่ นาข้าวเขียวสวย อ.จุน จ.พะเยา ทั่วทุกพื้นที่ ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็จะเห็นแต่ทุ่งนาข้าวสีเขียวขจี ชวนให้สดชื่นอย่างเต็มเปี่ยม
กลางวันรับประทานอาหารกลางวันที่ร้าน ก๋วยเตี๋ยวภูกามยาว ของดีภูกามยาวที่เลื่องชื่อมานานมากกว่า 30 ปี ทีเด็ดอยู่ที่น้ำต้มกระดูก ลูกชิ้นกรอบเด้ง ใครได้กินก็ต้องติดใจ
เดินทางไปต่อกันที่ บ้านแกะนักขนาด ป้อนนมและให้อาหารกับแกะในฟาร์ม ชมบรรยากาศวิวโดยรอบสไตล์ยุโรป เมื่อมาถึงแล้วหนึ่งแลนดมาร์คที่ต้องถ่ายรูปให้ได้ก็คือ ประภาคาร ซึ่งถือว่าเป็นจุดขายของที่นี่เลยทีเดียว
เย็นมาพะเยาไม่แวะกว๊านพะเยาได้อย่างไร เดี๋ยวจะหาว่าจะมาไม่ถึง ที่นี่ถือเป็นแลนมาร์คสำคัญของ จ.พะเยา ชมพระอาทิตย์ตกยามเย็น ลมพัดเย็น ๆ บรรยากาศชิล ๆ หาของกินอร่อย ๆ กันให้เต็มอิ่ม
เช็กอินเข้าที่พัก พักผ่อนเอาแรงพร้อมเที่ยวกันต่อในวันรุ่งขึ้น
วันที่สาม
เช้าเริ่มต้นทริปวันสุดท้าย ออกเดินทางสู่จังหวัดน่าน กราบสักการะพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้า ที่ “วัดพระธาตุเขาน้อย” วัดโบราณอายุกว่า 500 ปี จากวัดพระธาตุเขาน้อย สามารถมองเห็นทิวทัศน์โดยรอบของตัวเมืองน่าน ลานตรงกลางเป็นที่ประดิษฐาน “พระพุทธมหาอุตมมงคมนันทบุรีศรีเมืองน่าน”  ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางประทานพร บนฐานดอกบัวสูง 9 เมตร สร้างขึ้นเนื่องใน มหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ฯ ทรงเจริญพระชนมพรรษา 6 รอบ เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2542
กลางวันเช็คอินที่ “วัดภูมินทร์” ใจกลางตัวเมืองน่าน ไหว้พระเสริมสร้างความเป็นสิริมงคล ชมความงามของพระอุโบสถจตุรมุข ภาพจิตรกรรมฝาผนัง ปู่ม่าน ย่าม่าน กระซิบรักบรรลือโลก”
ชมประวัติความเป็นมาของนครน่าน ที่ “พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน” เดิมที่เป็นประทับของผู้ครองนครน่าน เรียกว่า “หอคำ” ภายในจัดแสดง โบราณวัตถุ  จำลองวิถีชีวิตของคนพื้นเมือง และเช้าเขา และที่พลาดไม่ได้ คือ “งาช้างดำ” สมบัติล้ำค่าประจำเมือง ถ่ายรูปกับซุ้มลีลาวดีที่แผ่กิ่งก้านสาขา โน้มตัวลงเข้ากันอย่างสวยงาม หน้าพิพิธภัณฑ์
ปิดท้ายทริปด้วยสถานที่ไฮไลต์ นั่งกินลมชมบรรยากาศ จิบกาแฟท่ามกลางทุ่งนาสีเขียวขจี ที่ “ตูบนาไทลื้อ” สถานที่พักผ่อนหย่อนใจ สมกับวิถีสโลว์ไลฟ์เมืองน่านอย่างแท้จริง