เขาโปกโล้น

เขาโปกโล้น

จ.พิษณุโลก

แอดเวนเจอร์นิด ๆ พิชิตทะเลหมอกผาโปกโล้น ในเมืองเล็ก ๆ ที่รายล้อมไปด้วยขุนเขาน้อยใหญ่ สัมผัสความงามในช่วงเวลาฟ้าเปลี่ยนสี และการเคลื่อนตัวของสายหมอกยามเช้าที่ค่อย ๆ ไหลมาปกคลุมร่องเขานครชุมจนกลายเป็นทะเลหมอกบนแนวผาหินสีแดงที่ทอดตัวยาวตรงเบื้องหน้า

@เขาโปกโล้น จ.พิษณุโลก

2 วัน 1 คืน

วันที่หนึ่ง
เช้าขับรถจากกรุงเทพฯ ไปยังอำเภอนครไทย ระยะทาง 470 กิโลเมตร
กลางวันเข้าสู่ที่พัก ที่ฮ่างนาโฮมสเตย์ ร่องเขานครชุม
ปั่นจักรยานชมหมู่บ้าน แวะชมพิพิธภัณฑ์ลุงช่วง ที่นี่เก็บถ้วยชามโบราณอายุกว่า 700 ปี
เย็นแวะเดินตลาดชุมชน
กลับมารับประทานอาหารเย็นที่โฮมสเตย์ พักผ่อนตามอัธยาศัย
วันที่สอง

เช้า

 

ตื่นนอนแต่เช้ามืด เตรียมเครื่องแต่งกายสำหรับการเดินป่า
เดินเท้าขึ้นเขาโปกโล้น ระยะทางประมาณ 1.5 กิโลเมตร เมื่อถึงยอดเขา เราจะเห็นถึงทัศนียภาพที่สวยงามตั้งอยู่ตรงหน้า ไอหมอกจางที่ลอยตัวอยู่เหนือทุ่งนาเขียวขจี
ขากลับแวะสักการะพระพุทธรูปด้านบนภูเขา, ชมบ่อเสือตก
รับประทานอาหารเช้าที่โฮมสเตย์ พักผ่อนเอาแรง ก่อนเดินทางกลับกรุงเทพฯ

เส้นทางใกล้เคียง (พิษณุโลก-เลย)

3 วัน 2 คืน

วันที่หนึ่ง
เช้าก่อนฟ้าสว่าง นั่งรถอีแต็กไปยังตีนเขาแล้วเดินเท้าขึ้นต่อไปยังยอดเขาโปกโล้น ประมาณ 1-2 กิโลเมตร ลักษณะทางเดินไม่ยากลำบาก มีทางชันสลับกับทางราบ เดินชิล ๆ สบาย ๆ อากาศไม่ค่อยร้อน
ชมทะเลหมอกและความงามของแสงสีส้มอ่อน ๆ ที่กระทบส่องพ้นแนวเขาลงมาเมื่อยามพระอาทิตย์ขึ้น
เดินลงจาก เขาโปกโล้น เก็บภาพบรรยากาศของหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่มีภูเขาล้อมรอบ ที่นี่อากาศจะเย็นสบายตลอดปี
กลางวันเดินทางต่อไปยังบ้านร่องกล้า นั่งรถกระบะชาวบ้านขึ้นไปต่อที่ ภูลมโล แหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติ ที่มีต้นนางพญาเสือโคร่งกว่า 100,000 ต้น ในพื้นที่รวมประมาณ 1,000 ไร่ คุณจะได้สัมผัสกับบรรยากาศสองข้างทาง และเส้นทางที่เป็นดินแดงแบบธรรมชาติ
แวะชม ดอกนางพญาเสือโคร่ง หรือ ซากุระเมืองไทย ความสวยงามของธรรมชาติ เวลาที่ดอกซากุระเบ่งบานพร้อมกัน หุบเขาแห่งนี้จะถูกปกคลุมไปด้วยสีชมพูแสนหวาน เป็นภาพที่ใครเห็นก็ต่างประทับใจ
เย็นกางเต็นท์ที่ภูลมโล สัมผัสสายลม แสงดาว นอนชมดอกนางพญาเสือโคร่งได้ทั้งคืน
วันที่สอง
เช้าเที่ยวชมอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า แหล่งกำเนิดของประวัติศาสตร์การสู้รบอันยาวนานเป็นวีรกรรมของนักรบไทย ภาพประวัติศาสตร์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ณ ที่แห่งนี้ ตลอดจนสภาพสิ่งก่อสร้างในอดีตจะถูกบันทึกเก็บรักษาไว้ เพื่อให้อนุชนรุ่นหลังได้ศึกษา พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นป่าต้นน้ำลำธารและมีลักษณะทางธรรมชาติที่มีหน้าผาต่าง ๆ ที่อยู่ใกล้กันมากมาย เช่น ผาพบรัก ผาสลัดรัก และผารักยืนยง
กลางวันเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์การสู้รบ ท่องประวัติศาสตร์ไปกับนิทรรศการภาพแผนภูมิข้อมูล อุปกรณ์การแพทย์ อาวุธ เอกสารเผยแพร่ลัทธิคอมมิวนิสต์ รวมทั้งนิทรรศการด้านธรรมชาติวิทยาภูหินร่องกล้าที่มีไว้ให้ศึกษาอย่างน่าสนใจ
ลัดเลาะเยี่ยมชมโรงเรียนการเมืองการทหาร ที่เมื่อก่อนเป็นสถานที่สอนการศึกษาตามแนวทางลัทธิคอมมิวนิสต์ หากมาเที่ยวในช่วงเดือนมกราคมจะได้พบกับบรรยากาศของใบเมเบิ้ลเปลี่ยนสีและร่วงหล่นมาต้องบ้านไม้เก่าแก่งดงามคล้ายกับต่างประเทศ
เย็นเช็กอินบ้านพักภายในอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า รับประทานอาหารเย็น พักผ่อนตามอัธยาศัย
วันที่สาม
เช้าเดินชมทิวทัศน์ความสวยงามของ ลานหินแตก ลานหินที่มีอาณาบริเวณประมาณ 40 ไร่ บริเวณลานหินมีรอยแตกเป็นแนวเป็นร่องน่าตื่นตาตื่นใจ นอกจากนี้บริเวณลานหินแตกยังปกคลุมไปด้วยมอส ไลเคน ตะไคร่ เฟิร์น และกล้วยไม้ชนิดต่าง ๆ ดูแล้วช่างเพลิดเพลินตา
กลางวันเดินทางต่อไปยัง ลานหินปุ่ม ที่อยู่ริมหน้าผา ลักษณะลานหินมีหินผุดขึ้นมาเป็นปุ่มเป็นปมขนาดไล่เลี่ยกัน เกิดจากการสึกกร่อนตามธรรมชาติของหิน ในอดีตบริเวณนี้ใช้เป็นที่พักฟื้นของคนไข้ของโรงพยาบาล เนื่องจากอยู่บนหน้าผา มีลมพัดเย็นสบายตลอดวัน
เย็นเดินเท้าไปต่อ ผาชูธง หน้าผาสูงชันที่สามารถเห็นทิวทัศน์ได้กว้างไกลสุดลูกหูลูกตา ที่นี่ชมวิวพระอาทิตย์ตกดินได้สวยงามไม่แพ้จุดชมวิวอื่น ๆ
พกพาความสุขเต็มเปี่ยม เดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ